ฮูหยินใหญ่แล้วหมุนกายเข้าประตูไป
นางกับฉู่หลิงอวิ้นปะทะกันอย่างเปิดเผย จึงไม่หวังจะเล่นปริศนาคำทายกับคนฉลาดอย่างฉู่ฉีเหยียน ต้องเผชิญกับคู่ต่อสู้ประเภทนี้…
ไม่จำเป็นต้องเล่นใบ้คำเป็นเด็กๆ
ฉู่ฉีเหยียนหรี่ตาลง มองดรุณีน้อยที่ก้าวเท้าจากไปอย่างไม่ทุกข์ร้อน อารมณ์ในดวงตาพลันเปลี่ยนสับไปมาไม่หยุดนิ่ง
นางหมายความว่าอะไร?
ยอมรับอย่างเปิดเผยว่านางอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้?
แต่จากความเข้าใจของเขาที่มีต่อฉู่หลิงอวิ้น มีความเป็นไปได้มากกว่าว่าเรื่องนี้จะเป็นฝีมือของน้องสาวตน
เด็กรับใช้คนสนิทเห็นว่าเขายืนนิ่งเป็นนานจึงขยับเข้าหา เอ่ยถามว่า “ซื่อจื่อ ท่านอ๋องกับพระชายายังรอท่านอยู่ที่โถงนะขอรับ!”
ฉู่ฉีเหยียนได้สติคืนมาแต่กลับหันหน้าไปมองถนนด้านนอกที่ถูกแสงจันทร์ส่องสาด นัยน์ตาเบื้องลึกทอประกายกังวล เอ่ยจะรำพึงออกมาว่า “หลี่หลินล่ะ?”
เด็กรับใช้ผู้นั้นชะงักไป หันซ้ายแลขวา “เหมือนว่าจะไม่เห็นตั้งแต่บ่ายแล้วนะขอรับ!”
เขาเป็นคนส่งหลี่หลินออกไปเอง ฉู่ฉีเหยียนย่อมรู้ดี แต่ว่าจวนสกุลซูเกิดเรื่องขึ้นแล้ว หลี่หลินที่เขาส่งตัวออกไปกลับหายตัวไร้ร่องรอย…
หรือว่า…
หัวใจของฉู่ฉีเหยียนพลันหยุดเต้น ดวงตาทอแสงน่ากลัว สั่งเสียงเย็นว่า “ส่งคนฝีมือดีกลุ่มหนึ่งไปค้นหาแถวๆ จวนสกุลซู หากพบใครน่าสงสัยพาตัวกลับมาให้ข้าทั้งหมด”
เงียบไปสักพัก ก่อนจะเสริมต่ออีกว่า “แถวนั้นใกล้กับศาลาว่าการทหาร อย่าทำอะไรเอะอะไปถึงศาลาว่าการ”