“ขอรับ บ่าวเข้าใจแล้ว!” เด็กรับใช้สนิทสนมกับผู้เป็นนาย รู้จักสังเกตสีหน้าท่าทางเป็นที่หนึ่ง ตอนนี้ก็ไม่ปากมาก รีบรับคำสั่งแล้วหายไป
ในเมื่อฉู่ฉีเหยียนตั้งใจรั้งตัวนางไว้ ฉู่สวินหยางก็ไม่ได้ขัดข้อง มุ่งหน้าไปที่ห้องโถงของจวนอ๋องหนานเหอทันที
สุราอาหารบนโต๊ะยังไม่ทันเก็บกวาด ถูกทิ้งไว้อย่างเย็นชืด ไร้เงาของผู้คน เทียบกับบรรยากาศคึกคักเมื่อครู่ที่แล้วแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ระหว่างทางที่ผ่านไปคล้ายจะได้ยินเสียงเยาะหยันอันเงียบเชียบ
ตอนที่ฉู่สวินหยางกับฮูหยินใหญ่ไปถึง ผู้ที่เกี่ยวข้องในจวนอ๋องหนานเหอทั้งหมดได้รวมกันที่โถงจนครบแล้ว รวมทั้งซูหลินเองก็ด้วย สีหน้าแต่ละคนล้วนดูไม่ดี บางคนวิตก บางคนหวาดกลัว บางคนเจ็บปวด และบางคนโกรธแค้น
จื่อเหวยกับจื่อซวี่คุกเข่าตัวสั่นงันงกอยู่กลางห้อง
ฉู่สวินหยางกับฮูหยินใหญ่ก้าวเข้าประตูไปพร้อมกัน ซูหลินตวัดสายตาดุดันมามองเป็นคนแรก ตวาดใส่ว่า “เจ้ามาทำอะไร? ที่นี่จวนอ๋องหนานเหอ ไม่ใช่วังบูรพาของเจ้า ไสหัวออกไปเดี๋ยวนี้!”
วาจานี้ ไม่เพียงหมิ่นเกียรติ ซ้ำยังไม่น่าฟังอย่างยิ่ง
พวกฉู่อี้หมินและคนแซ่เจิ้งต่างไม่คาดฝันว่าจะเห็นฉู่สวินหยางเดินเข้ามาด้วยท่าทางเปิดเผย ล้วนแต่ชักสีหน้าใส่ด้วยความไม่พอใจ
สายตาของฉู่สวินหยางกวาดไปมองซูหลินทีหนึ่ง รอยยิ้มที่ติดหน้าอยู่ตลอดพลันจืดจางไป เอ่ยเสียงเย็นชาว่า…
“ซูหลิน เห็นแก่วันนี้ที่เป็นวันแย่ๆ ของเจ้า ข้าจะให้โอกาสเจ้าถอนคำ