พูดเมื่อครู่นี้! ไม่เช่นนั้น… กล้ากล่าววาจาลบหลู่ข้า เจ้าก็รู้ใช่ไหม ต่อให้ข้าจะทำให้เจ้าพูดไม่ได้อีกเลยตลอดชีวิต ก็ไม่มีใครหน้าไหนกล้าพูดว่าข้าผิด!” สีหน้าของนางราบเรียบ น้ำเสียงเย็นชืดเด็ดขาด ไม่มีใครคิดว่านางกำลังพูดเล่น
ดวงตาของซูหลินพลันเบิกกว้าง ริมฝีปากสั่นกระตุก สีหน้าเขียวคล้ำ
ฉู่สวินหยางไม่มีท่าทีอ่อนข้อแม้เพียงครึ่งก้าว เพียงจ้องเขม็งมาที่เขา
นับจากวันนี้ จวนอ๋องหนานเหอกับจวนอ๋องฉางซุ่นจะกลายเป็นศัตรูกันชั่วชีวิต วังบูรพาไม่อิงเอนฝั่งใด นางไม่มีความจำเป็นที่ต้องไว้หน้าซูหลินอีกแล้ว
นางเป็นราชนิกุลสูงศักดิ์ ในยุคที่อำนาจของราชวงศ์สูงส่งเหนือสิ่งใด แม้นางจะเป็นเพียงสตรี เป็นแค่นังเด็กที่ปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม…
แต่ขุนนางทั้งราชสำนักยังไม่อาจไม่เกรงใจนาง
ก่อนหน้านี้ซูหลินเคยได้เจอนางมาก่อนแล้ว เพียงรู้สึกว่าเด็กคนนี้ดุร้ายไม่เบา แต่คิดไม่ถึงว่าวันนี้จะพลิกหน้าตัดไมตรี ต้อนเขาจนจนมุม…
เขามาโวยวายที่จวนอ๋องหนานเหอด้วยมีพร้อมทั้งเหตุและผล แต่ฉู่สวินหยางไม่ได้ล่วงเกินอะไรเขา!
ดวงหน้าของซูหลินเขียวคล้ำไปหมด
คนแซ่เจิ้งคิดจะกู้สถานการณ์ แต่กลับถูกสายตาเย็นเยือกของฉู่อี้หมินหยุดเอาไว้เสียก่อน
ซูหลินไม่ไว้หน้าเขา เขายินดีจะรอดูความสนุกนี้
ซูหลินเห็นว่าฉู่สวินหยางไม่มีท่าทีเลิกรา ก็กัดริมฝีปากตนด้วยความลังเล เค้นเสียงออกมาว่า “หม่อมฉันลุแก่โทสะ เอ่ยวาจาล่วงเกินท่านหญิง ขอท่านหญิง… อภัย