ามว่าอย่างไร!” ซูหลินไม่คำนึงถึงสิ่งใด ไม่แม้แต่จะไว้หน้าเขาสักนิด เท้าหนึ่งถีบเข้าที่ร่างของจื่อเหวย เอ่ยด้วยเสียงดังฟังชัดว่า “พูดสิ เจ้าบอกนายท่านของเจ้ากับแขกทุกคนที่อยู่ที่นี่สิ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น!”
จื่อเหวยหลุดเสียงเจ็บปวดออกมา น้ำตาพลันไหลร่วงเป็นสาย
ตอนนี้นางกังวลไปหมด กล้ามเนื้อทั่วร่างสั่นเทาไปทั้งตัว พยายามหมอบต่ำให้ติดพื้น ปล่อยโฮร่ำไห้
ตามแผนการของฉู่หลิงอวิ้น จะต้องทำเรื่องให้วุ่นวายใหญ่โต ให้ทุกคนได้รู้โดยทั่วกันว่าฉู่หลิงซิ่วผ่านเข้าจวนสกุลซูไปแล้ว ทั้งยังทำพิธีไหว้ฟ้าดินกับซูหลิน จากนั้นฉู่หลิงอวิ้นก็จะรอดตัวจากปัญหาทั้งหมด
แต่ว่าตอนนี้…
ไม่ใช่แค่ปฏิกิริยาของซูหลินที่ผิดไปจากที่คาดไว้ ทั้งยังมีเหตุการณ์แปลกๆ ตามมาไม่หยุดหย่อนจนนางเกิดหวั่นใจ กระวนกระวายไม่เป็นสุข
ซูหลินในวันนี้ถูกคนท้าทายยั่วยุครั้งแล้วครั้งเล่า ความอดทนใช้หมดไปนานแล้ว เขาไม่บีบคั้นนางต่อ แต่สายตาเย็นเยือกตวัดไปทางจื่อซวี่แทน เอ่ยว่า “นางไม่พูดเจ้าก็พูดสิ อย่าได้ทดสอบความอดทนของข้าอีก ไม่อย่างนั้น… ข้าจะไปกราบทูลฝ่าบาทเดี๋ยวนี้้ พวกเจ้าจวนอ๋องหนานเหอทุกคน ใครหน้าไหนก็แบกรับไม่ไหวทั้งนั้น!”
จื่อซวี่เป็นคนฉลาด
แขกเหรื่อที่รุมล้อมตกอยู่ในความเงียบด้วยบังคับไม่ให้ตัวเองเริ่มต้นกระซิบกระซาบ ทว่าดวงตากลับจดจ้องละครน่าสนุกที่เกิดขึ้นกะทันหันเบื้องหน้าอย่างไม่ยอมกระพริบตาสักครั้ง
จื่อซวี่สะดุ้งสุดตัว คิดแค