ช้อนไว้ใต้วงแขนแล้วพุ่งตัวไปอีกฝั่งของตรอกพร้อมกับชิงหลัว ขณะเดียวกันเหยียนหลิงจวินก็ลากมือฉู่สวินหยางลอยหายไปเพื่อเลี่ยงการตกอยู่ในสถานการณ์น่าสงสัยเช่นนี้
ตอนที่ผู้มีฝีมือของสองฝั่งประมือกันอยู่ในตรอก งานเลี้ยงภายในจวนสกุลซูยังคงดำเนินไปอย่างคึกคัก ส่วนคนที่เอาแต่หวนคิดถึงฉู่หลิงอวิ้นอย่างซูหลิน ได้ฉวยโอกาสแอบหลบไปทางเรือนหอแล้ว
เด็กรับใช้คนสนิทพยุงซูหลินที่ฝีเท้าซวนเซมุ่งหน้าไปทางเรือนหลังอย่างรีบร้อน ด้วยผลพวงจากฤทธิ์สุรา ภาพเบื้องหน้าจึงพร่าเลือน มองเห็นแต่ฉากที่ตนรับมือนางในดวงใจในชุดแต่งงานสีแดงลงมาจากเกี้ยว เห็นเอวบางอ้อนแอ้นที่ขยับเดิน ก็อดจะจินตนาการไปถึงเรือนร่างใต้ร่มผ้าไม่ได้ว่าจะเพริศพริ้งถึงเพียงไหน
ซูหลินจิตใจฟุ้งซ่าน ดวงหน้าที่เดิมแดงฉ่ำด้วยสุราถูกเติมสีให้เข้มขึ้นไปอีก ในสมองเต็มไปด้วยฉากแนบชิดสนิทเนื้อที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตไม่ไกล
เขาติดตามบิดาเข้าวังมาตั้งแต่อายุสิบสี่ และนับแต่ที่ได้เจอฉู่หลิงอวิ้นโดยบังเอิญในตอนนั้น จิตใจก็เอาแต่พะวงคิดถึงไม่หาย ตั้งใจแน่วแน่ว่าอย่างไรก็ต้องแต่งกับนาง รับผู้งามเป็นเลิศนี้มาไว้ในครอบครอง
รอคอยมาเนิ่นนาน ในที่สุดฝันก็จะกลายเป็นจริง
คิดไป ซูหลินก็ยิ่งเร่งฝีเท้าเพื่อไปเรือนด้านหลังอย่างทนรอไม่ไหว หัวใจร่ำร้องแต่จะร่วมเดินทางอันแสนหวานไปพร้อมกับชายาของตน
“กรี้ด…” ทันใดนั้นเอง พลันได้ยินเสียงกรีดร้องแหลมสูงของหญิงสาวดังขึ้น จนกลบเ