สียงงานเลี้ยงรื่นเริงด้านหน้าที่ยังไม่เลิกรา
ทิศทางของเสียงนั้น มาจากฝั่งของเรือนเจ้าสาวพอดี
เลือดในกายของซูหลินแข็งทื่อ สมองตื่นจากความมัวเมาราวกับถูกคนสาดน้ำเย็นจัดใส่หน้า เมื่อได้สติแล้ว ก็รีบวิ่งไปที่เรือนหอทันที
หลังจากเสียงกรีดร้องจบลง ก็ตามมาด้วยเสียงมากมายในหัวสมอง ซูหลินกลัวว่าจะมีคนทำร้ายฉู่หลิงอวิ้น หัวใจเหมือนถูกแผดเผา รอจนเขาพุ่งตัวไปถึงที่นั่น เรือนทั้งหลังก็อลหม่านไปหมด
สาวใช้ในเรือนสกุลซูทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ รวมไปถึงสี่เหนียงในชุดแดงสด ต่างก็เดินสวนกันให้ควั่กเหมือนกับแมลงวันไร้หัว ทุกคนทำหน้าเหมือนเจอผี หน้าซีดไร้เลือด บางคนก็หน้าดำคล้ำ ขณะที่บางคนก็ไปนั่งคุกเข่าตัวสั่นระริกอยู่ตรงมุม ไม่ปริปากพูดคำ
ประตูใหญ่ของเรือนหอมีคนอยู่เนืองแน่น แต่เสียงร้องไห้คร่ำครวญจากด้านในก็ยังดังออกมาอย่างต่อเนื่อง
สมองของซูหลินขาวโพลนไปหมด แม้จะพยายามปลอบตัวเอง ว่าตำหนักนี้มีทหารคอยเฝ้าเข้มงวด ไม่มีทางเกิดเรื่องแน่ แต่ว่าสถานการณ์ที่อยู่เบื้องหน้ากำลังทำให้เขาทำอะไรไม่ถูก
“เกิดอะไรขึ้น? พวกเจ้าร้องโวยวายอะไร?” ซูหลินก้าวเข้าลานไป ก็ส่งเท้าถีบสาวใช้คนหนึ่งที่คุกเข่าอยู่ข้างประตู
สาวใช้ผู้นั้นร้องโอยๆ กลิ้งไปกับพื้น ปีนขึ้นมาได้ก็ชี้นิ้วไปทางเรือนหอ น้ำตาไหลพรากๆ พูดไม่เป็นภาษาคนว่า “เป็น…เจ้าสาว…เจ้าสาว…”
เรื่องราวใหญ่โตเกินคาดฝัน ทั้งยังเกี่ยวพันไปถึงจวนอ๋องหนานเหอ ใครหน้าไหนก็ไม่กล้า