ุกอารมณ์ถูกดึงกลับ ต่างพากันหันไปมองต้นเสียง
เหยียนหลิงจวินยืนอยู่ด้านหลัง ดวงหน้านิ่งเรียบแหงนขึ้นเล็กน้อย เสี้ยวหน้าโดดเด่นถูกแสงจันทร์ฉาบทับ ปรากฏให้เห็นผิวสีหยกที่คล้ายจะเปล่งแสงนวลเนียน เป็นความสมบูรณ์อันไร้ที่ติ
เมื่อครู่ต่างคนต่างมีเรื่องอยู่ในใจ ไม่มีใครทันสังเกตว่าเขาโผล่ออกมาตั้งแต่ตอนไหน
และเขาก็หาได้แยแสผู้คน หัวคิ้วขมวดเล็กๆ มองฉู่สวินหยางที่หัวเราะชอบใจอยู่บนกำแพงอย่างไม่สบอารมณ์นัก ยื่นมือให้นางแล้วค้างไว้อยู่แบบนั้น
คนหนึ่งทำท่ารอคอย คล้ายเป็นการออกคำสั่งอย่างเอาแต่ใจ ทว่ากลับไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกต่ำต้อยด้อยค่า
ฉู่สวินหยางนั่งอยู่บนกำแพง ลมเย็นพัดปอยผมพันกันยุ่ง ดวงตาทั้งสองเปล่งประกาย เป็นแสงวิบวับคล้ายดวงดาวสุกใส
เห็นว่าเขามา ฉู่สวินหยางจึงยิ้มให้ก่อนกระโดดลงจากกำแพงอย่างไร้ทางเลือก
เหยียนหลิงจวินคว้ามือของนางไว้ จับนางให้ยืนบนพื้นอย่างมั่นคง แต่ตอนที่สัมผัสถูกอุณหภูมิตรงปลายนิ้ว หัวคิ้วก็ขมวดมุ่นอีกรอบ เขาคลี่ผ้าคลุมสีดำผืนใหญ่ที่อยู่ในมืออีกข้างออกแล้วคลุมบ่าให้นาง ช่วยนางจัดแจงราวกับว่าข้างกายไร้คนอื่น ซ้ำยังผูกเงื่อนที่คอเสื้อให้จนเรียบร้อย
นิ้วมือเรียวยาวพริ้วไหว ท่ามกลางขนเสื้อดำขลับ มันดูเด่นชัดสะดุดตา
การที่เขาลงมือทำเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ไม่ได้ให้ความรู้สึกขัดแย้ง แต่ยังคงสง่างามดังเก่า และยังเพิ่มความอ่อนโยนขึ้นมาหลายส่วน
ผ้าคลุมผืนนั้นเห็นชัดว่าเป็นขอ