้วยความขลาดกลัว
ผู้ที่มาคือลู่หยวนกับชิงเถิง รวมถึงสี่องครักษ์คนสนิทของฉู่อี้อัน
ฝีมือของคนพวกนี้เดิมก็อยู่แนวหน้า แม้แต่หน่วยพลีชีพที่ฝึกออกมาก็ยังเทียบไม่ไหว เวลาเพียงพริบตาก็จัดการคนสามคนของฉู่หลิงอวิ้นจนลงไปกองกับพื้น
มือข้างหนึ่งของฉู่หลิงอวิ้นขยุ้มเสื้อบริเวณหน้าอกแน่น วงหน้าไร้สีเลือด จ้องคนสามคนที่นอนอยู่บนพื้นด้วยความตกตะลึง
ฉู่สวินหยางยกมือขึ้นเล็กน้อย องครักษ์ทั้งสี่ถอยหายไปอย่างเงียบเชียบ ท่ามกลางคืนอันมืดมิดปราศจากสิ้นซึ่งเงาคน
ฉู่หลิงอวิ้นพยายามเรียกสติตัวเองกลับมา เงยหน้าขึ้นมองอย่างช้าๆ ตวาดเสียงถามว่า “เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”
“ก็ตามที่เห็น ข้ามาเพื่อขวางทางเจ้า” ฉู่สวินหยางยิ้มให้ ใช้หางตาเหลือบมองนาง “ไม่ว่าเจ้าจะคิดหนีงานแต่งหรือหนีตามคนอื่นไปก็ช่าง ขอโทษด้วยเถอะนะ แต่ข้าไม่ยอม!”
นางแสดงท่าทีว่าตนอยู่เหนือกว่า ราวกับที่ทำอยู่มันถูกด้วยและเหมาะสม น้ำเสียงเย่อหยิ่งชวนให้อารมณ์เดือดดาล
ฉู่หลิงอวิ้นได้ฟังพลันกระอักในใจ ความขุ่นข้องบีบรัดจนจุกอก
“เจ้า…” ดวงตาทั้งสองของฉู่หลิงอวิ้นเบิกกว้าง คิดจะอาละวาด แต่สถานการณ์เป็นรองเช่นนี้ทำให้นางไม่อาจมุทะลุ หลังจากหายใจเข้าออกอยู่หลายรอบจนสงบลงได้ในที่สุด ก็เอ่ยด้วยความนิ่งลึกว่า “เจ้ากับข้าไม่ได้ติดค้างไร้ซึ่งความแค้น เหตุใดเจ้าต้องมาทำลายแผนของข้า? เจ้า…”
“ดูท่าพี่หญิงอันเล่อคงจะมีแค่ผิวหน้าที่เลอโฉม สมองกลับไม่ดี ความจำใช้