การไม่ได้!” ฉู่สวินหยางหัวเราะตัดบทนาง มือก็โยนถุงหอมที่มัดติดตรงเอวเล่น เท้าเดินกลับไปกลับมาอย่างอ้อยอิ่งในตรอกแคบๆ นั่น “เจ้าคงไม่ลืมง่ายขนาดนั้นหรอกกระมัง? ยุยงฉู่เยว่เหยาให้กลับไปวังบูรพาเพื่อรับอนุ กระตุ้นซูหว่านให้เป็นศัตรูกับข้า หลอกใช้ซูหลินให้ลงมือเอาชีวิตข้า! ถ้าหากนี่เรียกว่าไม่ได้ติดค้างไร้ซึ่งความแค้น เช่นนั้นตอนนี้ข้าจะฆ่าเจ้าเสีย ต่อไปก็พูดได้ว่าไร้สิ่งติดค้างต่อกันแล้วกระมัง?”
ฉู่หลิงอวิ้นอ้าปากค้าง ไม่เคยรู้มาก่อนว่าอีกฝ่ายจะรู้ทุกการเคลื่อนไหวของนางราวกับรู้จักฝ่ามือตนเอง ขณะเดียวกันสัญชาตญาณเตือนภัยพลันร้องเตือน…
ที่แท้นังเด็กนี่ก็มาด้วยความแค้น น่ากลัวว่าวันนี้จะไม่วางมือไปง่ายๆ
“ก็ได้!” เวลานี้ การโต้เถียงด่าทอไม่มีประโยชน์อีกแล้ว ฉู่หลิงอวิ้นพยายามควบคุมลมหายใจ ก่อนจะสูดหายใจลึกๆ เอ่ยว่า “ต่อให้ข้ากับเจ้าจะเคยมีเรื่องขัดแย้งกัน แต่ว่ามันคนละส่วนกัน ครั้งนี้เป็นแค่เรื่องส่วนตัวระหว่างจวนอ๋องหนานเหอกับจวนสกุลซู เจ้ามีสิทธิ์อะไรมายุ่งย่าม?”
“แค่เรื่องส่วนตัว?” ฉู่สวินหยางได้ยิน ก็หัวเราะออกมาราวกับได้ฟังเรื่องตลก นางก้าวไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง เท้าข้างหนึ่งเหยียบอยู่บนแผ่นอกของคนชุดดำ จ้องตาฉู่หลิงอวิ้นด้วยความกดดัน ย้อนถามว่า “ถ้าเป็นแค่เรื่องส่วนตัวระหว่างจวนอ๋องหนานเหอกับจวนสกุลซูจริงๆ แล้วเหตุใจก่อนหน้านี้เจ้าต้องวางยาสลบน้องสี่ของข้าด้วย?”
ฉู่หลิงอวิ้นถอยหลังหนึ