้าฉู่สวินหยาง “ข้าเป็นพี่ใหญ่ของเจ้า พูดจาอะไรต้องอาศัยหลักฐาน ถ้ายังเอาแต่พูดมั่วซั่วอย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ”
“แล้วมีเวลาไหนที่เจ้าเคยเกรงใจข้าหรือ?” ฉู่สวินหยางเยาะเสียงขึ้นจมูก แล้วเอื้อมมือไปเด็ดกิ่งเหมยข้างๆ มาไว้ในมือ หัวเราะอย่างไม่แยแส “แต่ว่าก็ไม่เป็นไร ตอนนี้ข้าก็ไม่คาดหวังอะไรจากเจ้าอยู่แล้ว ถ้าเจ้ามีกำลังมากพอก็ดันทุรังทำต่อไปเถอะ แต่ว่า…เครื่องมืออย่างฉู่เยว่เหยียนนี้ ต่อไปเจ้าคงใช้ไม่ได้แล้วล่ะ!”
ฉู่ฉีฮุยหรี่ตาเพ่งมอง สายตาเต็มไปด้วยความระแวงระวัง เค้นเสียงลอดฟันออกมาว่า “เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”
“เพื่อเป็นของขวัญตอบแทนที่นางเล่นลูกไม้กับข้าในครั้งนี้ ข้าจะทำให้นางสมหวัง ให้นางกระเด็นออกจากโคลนเลนในวังบูรพาให้เร็วขึ้นหน่อย” ฉู่สวินหยางกล่าว “เหลยซวี่ผู้นั้นมิใช่ว่านางเลือกสรรมาเป็นอย่างดีแล้วรึ? ละครวันนี้อย่างไรก็ไม่อาจเสียแรงเปล่าๆ กลับไปข้าจะไปพูดกับท่านพ่อ ให้นางแต่งเข้าสกุลเหลย ให้พวกเจ้าสนิทสนมกันยิ่งๆ ขึ้นไปอีก!”
งานแต่งงานของฉู่เยว่เหยียนเป็นสิ่งที่เขาจะใช้ดึงกำลังพรรคพวกในอนาคต สกุลเหลยเป็นญาติฝั่งแม่ของเขาอยู่แล้ว เดิมก็ไม่จำเป็นต้องสิ้นเปลืองหมากตัวไหนอีก
ฉู่ฉีฮุยมีโทสะอัดอั้นอยู่เต็มอก ความเกรี้ยวกราดพุ่งสูงก่อนระเบิดออกมาเป็นเสียงหัวเราะ “ความจริงก็คือ วันนี้ไม่ได้เกิดอะไรขึ้นทั้งนั้น เจ้าข่มขู่ข้าไม่ได้!”
จุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดของฉู่สวินหยางคือฉู่อี้อัน เพื่