อปกป้องชื่อเสียงฉู่อี้อันและวังบูรพา นางต้องยอมถอย ความจริงถ้าเปลี่ยนเป็นคนอื่น แค่ปอกเสื้อผ้าของฉู่เยว่เหยียนกับเหลยซวี่แล้วโยนทั้งคู่ไว้ด้วยกัน แบบนั้นแม้มีร้อยปากก็คงเถียงไม่ขึ้น แต่ถ้าทำเช่นนั้น วังบูรพาคงกลายเป็นตัวตลก ฉู่อี้อันคงไร้สิ้นซึ่งศักดิ์ศรี
“งั้นหรือ? พวกเราก็คอยดูไป ไม่ต้องรีบร้อน” ฉู่สวินหยางยิ้มหวาน
สายตาของฉู่ฉีฮุยดำเข้ม จ้องนางไม่ยอมละหนี นิ้วมือที่อยู่ใต้ชายเสื้อค่อยๆ กำเป็นหมัด บีบแน่น
ฉู่สวินหยางทิ่มแทงเขาด้วยสายตาก่อนจะหมุนตัวจากไปพลันนึกเรื่องหนึ่งขึ้นได้ เอ่ยว่า “อ้อ อีกอย่าง มีเรื่องหนึ่งที่ข้าต้องเตือนเจ้า วันนี้เป็นวันมงคล เรื่องเล็กๆ ที่ฉู่เยว่เหยียนก่อขึ้นมันแค่ลูกไม้ชั้นล่าง หากเจ้าไม่อยากจบเห่อยู่ที่นี่ ก็ดื่มเหล้ามงคลของตนไปอย่างสงบเถอะ อย่าได้ทำเรื่องที่ไม่สมควรทำใดๆ อีก ไม่อย่างนั้น…”
ฉู่สวินหยางพูดไปรอยยิ้มบนใบหน้ายิ่งกดลึงอย่างไม่รู้ตัว “ผลที่ตามมา เจ้าแบกรับไม่ไหวแน่!”
ฉู่ฉีเหยียนคิดว่านางแกล้งพูดเขย่าขวัญเขาเท่านั้น แต่ทั้งน้ำเสียงและสายตา หัวใจกลับเชื่อคำนางไปแล้วจึงกำหมัดแน่นเยาะเสียงใส่ “จะเป็นเรื่องอะไรได้ เจ้าไม่ต้องมาหลอกข้าหรอก”
ฉู่สวินหยางยักไหล่ “จะเป็นเรื่องอะไรได้ เจ้ารอดูต่อไปเดี๋ยวก็รู้เอง!”
เอ่ยจบก็แกว่งกิ่งเหมยในมือแล้วเดินจากไปอย่างไม่เดือดเนื้อร้อนใจ
ฉู่ฉีฮุยยืนอยู่ที่เก่า สายตาแค้นเคืองมองที่แผ่นหลังของนาง นัยน์ตาสีหน้าเปลี่