อารมณ์ของฮูหยินใหญ่เปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่สีหน้ากลับไม่แสดงออกแม้สักนิด ชั่วเวลาเพียงกระพริบตา ทุกอย่างก็กลับมาเป็นเหมือนเก่า นางมองไปทางฉู่สวินหยาง ยังคงส่งยิ้มนุ่มนวลมาให้ “ท่านหญิง ตรงนี้มีท่านหญิงใหญ่คอยอยู่เป็นเพื่อน พวกเราไม่รบกวนดีกว่า วันนี้เป็นวันสำคัญของท่านหญิงอันเล่อ พระชายาแน่นอนว่ามีเรื่องมากมายคอยให้จัดการพวกเราก็อย่าทำให้นางเสียเวลาอีกเลย”
คนแซ่เจิ้งยุ่งอยู่จริงๆ ทว่าเมื่อครู่นางจงใจปิดปากเงียบก็เพราะไม่ถือสาฉู่เยว่เหยา อยู่ดีๆ มีโอกาสได้ชมเรื่องสนุก เหตุใดนางจะไม่คว้าเอาไว้?
วาจานี้ของฮูหยินใหญ่ คล้ายมีความนัยอย่างอื่นอีก
ฉู่สวินหยางใช้หางตาเหลือบมองฉู่เยว่เหยาทีหนึ่ง ก่อนพยักหน้าเอ่ยว่า “ตรงนี้มีพี่ใหญ่แล้ว ข้าก็ขอไม่อยู่เกะกะ พอไปถึงด้านหน้า รบกวนฮูหยินใหญ่แจ้งต่อท่านพ่อไว้สักคำ เดี๋ยวท่านจะเป็นห่วง”
ฉู่เยว่เหยาเดิมก็ไม่พอใจ ยังคิดจะต่อความยาวสาวความยืด แต่ต้องถูกประโยคสุดท้ายของนางสกัดเอาไว้ก่อน…
ตอนนี้ฉู่เยว่เหยียนปลอดภัยแล้ว แต่ก็ก่อเรื่องจนทำชื่อเสียงวังบูรพาหม่นหมอง ฉู่อี้อันย่อมเป็นคนแรกที่จัดการนาง
ปากของนางขมุบขมิบเล็กน้อย
ฉู่สวินหยางทางนี้กำลังเอ่ยกับคนแซ่เจิ้งพร้อมรอยยิ้ม “ทำให้พระชายาเสียเวลาอยู่นาน ต้องขออภัยจริงๆ พระชายารีบไปจัดการธุระเถอะ”
“อืม!” คนแซ่เจิ้งผงกศีรษะอย่างไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ จากนั้นก็ขอตัวจากไป
คล้อยหลังคนแซ่เจิ้ง ฉู่เยว่เหยาก็ถลาเข้าไปห