าอย่างทนไม่ไหว เอ่ยด้วยสีหน้าเกรี้ยวกราด “น้องสาวข้าเกิดเรื่องในจวนอ๋องหนานเหอ เจ้าจะให้แล้วเรื่องกันไปอย่างนี้รึ?”
ฮูหยินใหญ่แสยะยิ้มอยู่ในใจ…
ฉู่เยว่เหยาเป็นบุตรสาวที่แต่งออกไปแล้ว อีกอย่างตรงนี้ก็ยังมีฉู่ฉีฮุยอยู่ทั้งคน หรือต่อให้ไม่มีก็ต้องให้ฉู่สวินหยางออกหน้า นางไม่มีสิทธิ์มาวุ่นวาย
ฉู่สวินหยางหันไปมอง มุมปากเหยียดยิ้มขำ
ฉู่เยว่เหยาถูกสายตาเหยียดหยันของนางจ้องจนเลือดขึ้นหน้า ตวาดไปว่า “เจ้ามองข้าแบบนี้คืออะไร? ข้าถามเจ้าอยู่นะ!”
“ชายาซื่อจื่อ น้องห้าเป็นคนของวังบูรพา เรื่องของวังบูรพา คนนอกไม่อาจแทรงแซง” ฉู่สวินหยางตอบ มองนางด้วยสายตาเย็นเยียบ “เจ้าเป็นห่วงน้องห้า ข้าก็ไม่ห้ามหากเจ้าจะอยู่ดูแลนางที่นี่ แต่ว่า…”
นางหยุดประโยคกลางคัน ตอนที่เปิดปากอีกครั้ง นัยน์ตาก็ท่วมล้นไปด้วยรอยยิ้มพลางเอ่ยว่า “ถ้าเจ้าร้องแรกแหกกระเชอจนเรื่องถูกลือออกไป ก็อย่าหาว่าข้าไม่ไว้หน้าแล้วกัน!”
“เจ้าว่าไงนะ?” ฉู่เยว่เหยียนหน้าเขียวคล้ำ ถลึงตามองนางอย่างไม่อยากเชื่ออยู่ครึ่งค่อนวัน จนนางหลุดหัวเราะออกมาอย่างเก็บไม่อยู่
ฉู่สวินหยางไม่แยแสนาง นางก็ไม่รู้จะต่อเถียงกับใคร ทำได้เพียงเดินโซเซไปหยุดอยู่ที่เบื้องหน้าฉู่ฉีฮุย กล่าวว่า “เจ้าฟังสิว่านางพูดวาจาบ้าบออะไร? ข้าก็แค่เป็นห่วงน้องห้า นางกลับมาว่าว่าข้าเป็นคนนอก!”
ฉู่เยว่เหยาเป็นคนสายตาตื้นเขิน แต่เมื่อมองภาพรวม ฉู่ฉีฮุยยังพอแยกแยะได้ชัดเจนว่าสายสัมพันธ