์ใดใกล้ชิดมากกว่า
สิ่งที่ฉู่สวินหยางพูด ความจริงนางจะเอ่ยมันออกมาต่อหน้าคนแซ่เจิ้งก็ได้ แต่ที่นางไม่ทำ เหตุผลเพราะต้องการรักษาเกียรติของวังบูรพาเมื่ออยู่ต่อหน้าคนนอก
“เงียบซะ เรื่องของเหยียนเอ๋อร์ให้จบลงตรงนี้ เจ้ารีบกลับไปที่ด้านหน้าเถอะ ตรงนี้เจ้าไม่ต้องยุ่งแล้ว” ฉู่ฉีฮุยทำหน้าดุ เสียงทุ้มต่ำจริงจัง
ฉู่เยว่เหยาต้องตะลึงอีกรอบ อ้าปากจะเถียง รออยู่นานก็ยังไม่มีเสียงหลุดออกมา ได้แต่ตะกุกตะกักว่า “พี่ใหญ่…เจ้ากลับ… เข้าข้างคนอื่น!”
สีหน้าของฉู่ฉีฮุยย่ำแย่ขึ้นทุกขณะ ตำหนิว่า “คนอื่นอะไร? สวินหยางนางเป็นท่านหญิงแห่งวังบูรพา เป็นน้องสาวของข้ากับเจ้า!”
กรอบตาของฉู่เยว่เหยาแดงก่ำ
ฉู่สวินหยางก็คร้านจะต่อปากต่อคำกับนาง จึงปัดกระโปรงเตรียมจะเดินหนีแล้วเอ่ยว่า “ข้าผู้เป็นคนอื่นยังมีธุระต้องทำ ขอไม่อยู่รบกวนพวกเจ้าคนกันเองรำลึกความหลังกันนะ”
ฉู่เยว่เหยาไม่ได้คิดอะไร แต่พอประโยคนั้นหลุดออกไป สีหน้าของฉู่ฉีฮุยพลันเปลี่ยนเป็นสีดำเหมือนก้นหม้อ
ฉู่สวินหยางเดินไปได้สองก้าวแล้วก็หยุดครุ่นคิดสักครู่แล้วเบี่ยงหน้ากลับมามอง กล่าวช้าๆ ด้วยรอยยิ้มไร้พิษสง
“ก่อนหน้านี้มีประโยคหนึ่งที่ข้าพูดผิดไป ในเมื่อพวกเจ้าเป็นครอบครัวเดียวกัน ส่วนข้าเป็นคนอื่น เช่นนั้นข้าก็ไม่ควรเข้าไปยุ่งวุ่นวาย ชายาซื่อจื่อหากว่าเจ้าต้องการ เรื่องในวันนี้ก็ประกาศออกไปเถอะ ว่าเมื่อครู่น้องสาวสุดที่รักของเจ้านอนอยู่ในเรือนกับคุณชายรองส