อ่ยกับป้ากู้ว่า “เป็นคนของจวนเราหรือเปล่า?”
ป้ากู้สนิทมักคุ้นกับทุกคนในจวนเป็นอย่างดี จ้องมองอย่างละเอียดไปรอบหนึ่งก็ส่ายหน้า “ไม่เคยเห็นเจ้าค่ะ คงจะไม่ใช่!”
“หรือจะเป็นโจรที่ฉวยโอกาสเข้ามาตอนชุลมุน” หนึ่งในฝูงชนปิดปากอุทาน สายตาลอยไปทางห้องด้านข้างด้วยความหวาดหวั่น “โจรผู้นี้วางยาสลบเพราะคิดฆ่าคน แต่ถูกคุณชายเหลยพบเข้า? แต่ตอนที่พยายามจะเข้าไปช่วยคนก็สลบไปอย่างไม่ทันระวัง”
ฉู่สวินหยางหลุดยิ้ม ต้องนับถือเหยียนหลิงจวินจริงๆ แค่การจัดฉากเรื่องราวอย่างส่งๆ แถมไม่ต้องให้เขาเอ่ยปากเล่าเรื่อง ก็มีคนรีบออกมาลำดับเหตุการณ์ให้ตั้งแต่ต้นจนจบ
“เด็กรับใช้คนนั้นถูกทำร้ายด้วยของมีคม แต่ที่นี่เหมือนจะไม่พบอาวุธใดๆ สักชิ้น?” ฉู่สวินหยางรีบเก็บรอยยิ้มก่อนที่ใครจะสังเกตเห็น เดินขึ้นไปด้านหน้าด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เอ่ยกับคนแซ่เจิ้งว่า “วันนี้เป็นวันสำคัญของท่านหญิงอันเล่อ ตรงนี้กลับมีเรื่องจนเลือดตกยางออก มิใช่ลางดีเลย ส่วนตัวข้าคิดว่าควรต้องแจ้งแก่ทางการ”
คนแซ่เจิ้งมุ่นคิ้ว ส่งสายตาเป็นคำถามไปให้บ่าวคุ้มเรือน
“รายงานพระชายา ไม่พบอาวุธที่เปื้อนเลือดจริงๆ ขอรับ” บ่าวคุ้มเรือนรีบร้อนตอบความ
“หรือว่ายังมีคนอื่นเข้ามาที่นี่อีก?” ฮั่วชิงเอ๋อร์กระพริบตาปริบๆ กัดริมฝีปากพลางใช้ความคิด
หัวใจของคนแซ่เจิ้งยิ่งสับสบขึ้นไปใหญ่ ลังเลครู่หนึ่งถึงได้กล่าวว่า “วันนี้จวนอ๋องหนานเหอของข้าจัดพิธีสมรส ทำให้ทุกคนเสียขวัญ