ในจวนของนางได้ ไม่เช่นนั้นจะไปชี้แจงต่อฉู่อี้อันอย่างไร?
ตอนนี้บ่าวรับใช้มีประสบการณ์แล้ว สาวใช้รุ่นใหญ่สองคนรีบปิดจมูกแล้วเข้าไปด้านใน ไม่นานก็ได้ยินเสียงร้องออกมา “นี่… นี่…”
คนที่อยู่ด้านนอกต่างเฝ้ารอด้วยหัวใจเป็นกังวล ผ่านไปสักพักก็เห็นสาวใช้สองคนอุ้มร่างดรุณีเร่งฝีเท้าออกมา สาวใช้ของซูหว่านเหมือนถูกฟ้าผ่ากลางกบาล ความตกใจกลัวกระจายไปทั่วหน้า
สองสาวรุ่นใหญ่ทั้งสองก็สับสนงุนงง เอ่ยว่า “พระชายา ท่านหญิงสี่ไม่อยู่มีแต่ท่านหญิงห้านอนสลบอยู่บนเตียงในห้องเจ้าค่ะ”
เรื่องว่าภายในห้องจะเป็นฉู่เยว่หนิงหรือว่าฉู่เยว่เหยียนนั้น คนแซ่เจิ้งหาได้สนใจ นางรีบปรี่เข้าไปกวาดตามองเสื้อผ้าที่อยู่บนร่างของฉู่เยว่เหยียน เมื่อมั่นใจว่าไม่มีอะไรบุบสลาย หัวใจที่แขวนกลางอากาศถึงค่อยวางลงได้ โบกมือไหวๆ เอ่ยว่า “หาเรือนพาพวกเด็กๆ ไปพักก่อน แล้วก็ไปตามฮูหยินใหญ่ไม่ก็ฮูหยินเหลยให้ไปดูด้วย”
สกุลซูเองวันนี้ก็ต้องตระเตรียมงานมงคล ตามหลักแล้วซูหว่านไม่สมควรจะมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ แต่ความสัมพันธ์ของนางกับฉู่หลิงอวิ้นนับว่าไม่เลว แต่เช้าตรู่ก็บอกว่าจะมาอยู่เป็นเพื่อนพี่สะใภ้ในอนาคต คนแซ่เจิ้งจึงไม่ได้ว่ากระไร
แต่ไม่คิดฝัน ว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น
ผู้เป็นบ่าวน้อมรับคำสั่ง รีบเคลื่อนย้ายสองสามคนที่สลบไสลออกไปก่อน
ภายในลานเหลือเพียงเด็กรับใช้ที่นอนไม่ได้สติ คนแซ่เจิ้งมองแล้วก็ให้อารมณ์พลุ่งพล่าน ตีหน้าเย็นหันมาเ