ฉู่สวินหยางดึงสายตากลับมา เดิมคิดว่าเหยียนหลิงจวินความคิดว่องไวหาได้จำเป็นให้นางเอ่ยปาก แต่พอหันหน้ามากลับเจอว่าเขายังเดินสาวเท้าพรวดๆ ตรงไปหาพวกซูหว่านอย่างไม่กังวลหรือหลบเลี่ยงแม้แต่นิดเดียว
ดูจากท่าทาง…
คงไม่ได้คิดจะใช้เหลยซวี่เป็นอาวุธซัดกลุ่มคนที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาให้ราบเป็นหน้ากองกระมัง?
ฉู่สวินหยางร้อนใจ เหงื่อเย็นๆ พลันผุดทั่วร่าง
แต่วินาทีต่อมาก็ต้องดวงตาพร่าลาย…
เมื่อเดินไปถึงหน้าประตูเรือน จู่ๆ เหยียนหลิงจวินก็ปล่อยมือ จากนั้นก็ชิงจังหวะช่วงที่ร่างของเหลยซวี่ทรุดลง ถีบเข้าอย่างแรงไปหนึ่งเท้า เขาแทบจะไม่ขยับร่างกาย ยิ่งมีชายเสื้อคลุมบังไว้ ยากนักที่จะมีใครสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวของเขา แต่บุรุษผอมสูงที่ถูกเขาหิ้วไว้ในมือกลับลอยละลิ่วไปทางเรือนพักราวกับผ้าขี้ริ้วรุ่งริ่งผืนหนึ่ง
ตามมาด้วยเสียงโครมดังสนั่น
หางตาของฉู่สวินหยางตวัดตามไป
ตอนที่สายตากวาดที่ทางเรือนพักก็เห็นร่างของเหลยซวี่พาดอยู่กับธรณีประตูเรือนซึ่งตรงข้ามประตูใหญ่อย่างเหมาะเจาะ
ประตูเรือนเปิดออกด้วยแรงกระแทก ภาพฉากดูสมจริง ราวกับว่าเขาล้มลงตอนที่คิดจะพังประตูเข้าไปพอดี
ฉู่สวินหยางเหงื่อเย็นโชกหน้า
หลังจากที่เหยียนหลิงจวินถีบเหลยซวี่ไปเท้าหนึ่งก็ยืนสง่าผ่าเผยอยู่ที่เก่า อกผายยืดตรง รอคอยอย่างเงียบๆ ที่นอกประตูใหญ่ ดวงหน้าหล่อเหลาประดับด้วยรอยยิ้มน่าหลงใหล เลิศล้ำเหนือทุกสรรพสิ่งราวกับอยู่คนละโลกกับดวงหน้าแข็ง