ทื่อไร้อารมณ์ในวินาทีก่อนหน้านี้
ใต้เท้าเหยียนหลิงที่มีรอยยิ้มหยาดเยิ้มช่างน่าขนลุกจริงๆ!
ฉู่สวินหยางสะท้านไปทั่วร่างด้วยความหนาวเย็น แต่ก็เพียงชั่ววินาที ดวงหน้าก็ขยับเป็นรอยยิ้มไร้พิษสง ขยับเท้าขึ้นไปยืนเคียงข้างเขาอย่างช้าๆ
การกระทำเมื่อครู่ของเหยียนหลิงจวินไม่ถือว่าหลบซ่อน ถึงขึ้นเรียกว่าโอ้อวดก็ยังได้
เมื่อได้เห็นกลุ่มคนที่ดาหน้าเข้ามาในตอนนี้ ฉู่สวินหยางถึงค่อยเข้าใจเจตนารมณ์ของเขา…
กลุ่มคนกลุ่มนั้น มีซูหว่านเดินนำมาหน้าสุด นอกจากสาวใช้ประจำตัวที่ห้อมล้อมอยู่ข้างกาย ก็ยังมีบ่าวคุ้มเรือนของจวนอ๋องหนานเหอจำนวนหนึ่งซึ่งกำไม้พลองไว้ในมือ
คนพวกนี้อยู่แนวหน้า บดบังสายตาของเหล่าสตรีเบื้องหลังได้พอดี
การกระทำของเหยียนหลิงจวิน ซูหว่านย่อมมองเห็นอย่างแจ่มชัดถนัดตา
เห็นว่าเขาหิ้วคนครึ่งเป็นครึ่งตายคนหนึ่งเดินเข้ามาหา นางยังไม่ทันจะแน่ใจฐานะของคนผู้นั้น สายตาก็พลันพร่าเลือน แล้วร่างใหญ่ของคนผู้นั้นก็กระแทกกับประตูด้านในเสียงดังโครม
ซูหว่านทำหน้าตกตะลึง ฝีเท้าชะงักกึกพร้อมๆ กับข้ารับใช้ที่ทำหน้าเหมือนเห็นผี
“เมื่อครู่เสียงอะไรนั่น?” คนด้านหลังเบียดตัวขึ้นมาด้วยความสงสัย พอเห็นเหยียนหลิงจวินกับฉู่สวินหยางยืนอยู่หน้าประตูก็ประหลาดใจเป็นยิ่งยวด “ท่านหญิงสวินหยาง? ใต้เท้าเหยียนหลิง? เหตุใดถึงมาอยู่ที่นี่เล่า?”
“อ้อ!” เหยียนหลิงจวินสีหน้าราบเรียบ หลุบตามองลายปักเมฆาบนปกคอเสื้อ “ท่านหญิงสวินหยา