งกำลังพาหม่อมฉันไปคารวะองค์รัชทายาทกับท่านอ๋องหนานเหอ พอดีตอนที่ผ่านทางมาคล้ายจะได้ยินเสียงคนกรีดร้อง ถึงเดินเข้ามาดู ทุกท่านเล่า? เหตุใดจึงมาถึงที่นี่?”
ผู้ที่ถามเมื่อครู่คือคนแซ่ฉินซึ่งเป็นชายาของผู้ตรวจการนามว่าหลิวปิ่งอิ้น ได้ฟังดังนั้นก็ตอบว่า “พวกเราก็น่าจะได้ยินเสียง? เมื่อครู่ตอนที่กำลังสนทนาอยู่ห้องรับแขกด้านข้าง ฟังสาวใช้เล่าว่าเหมือนมีเสียงแปลกๆ ดังมาจากทางนี้ถึงได้เดินมาดูกัน”
การรายงานข่าวย่อมเป็นผลงานของซูหว่านอย่างไม่ต้องสงสัย
เวลานั้นซูหว่านเพิ่งจะได้สติกลับคืน ยกชายกระโปรงวิ่งเข้ามาหา ทันทีที่ยื่นหน้าเข้าไปมองด้านในเรือน สีหน้าก็ดูไม่ได้ทันที
ในเรือนมีเลือดกองหนึ่ง ชายผู้แต่งกายเหมือนเด็กรับใช้นอนสลบอยู่ ผู้นั้นก็คือสายลับที่นางวางเอาไว้ ธรณีประตูยังมีอีกหนึ่งคนนอนพาดอยู่ ศีรษะเอนเข้าไปด้านในจนมองไม่เห็นหน้า ส่วนคนที่นางวางแผนให้ล่วงหน้ามาก่อนอย่างจาง อวิ๋นเจี่ยนกลับไม่รู้ว่าหายหัวไปไหน
ฉู่สวินหยางที่เดิมควรเป็นผู้รับเคราะห์กลับยืนอยู่ด้านนอก ทั้งยังปลอดภัยไร้เรื่องราว หัวใจของซูหว่านสะท้านสั่น ลางสังหรณ์ไม่ดีบางอย่างพลันโถมเข้าใส่ นางกัดฟันแล้วสะบัดหน้าหันมามองเหยียนหลิงจวิน เอ่ยเสียงหนาวเย็นว่า
“เมื่อครู่เจ้าทำอะไร?”
เหยียนหลิงจวินส่งยิ้มสบายอุรา ตอบด้วยหูตาแพรวพราว “อ่อ? ท่านหญิงซูคิดว่าข้าทำอะไรหรือ?”
ซูหว่านถลึงตาใส่ เหตุการณ์เมื่อครู่ใครๆ ก็มองเห็น เขากลับพูด