ออกมาได้อย่างหน้าไม่อาย
ชั่วเวลาหนึ่งนางรู้สึกสับสน สัมผัสได้ว่าเบื้องหลังรอยยิ้มงามล่มเมืองของบุรุษตรงหน้ามีสิ่งต้องห้ามที่นางไม่อาจแตะต้องซุกซ่อนอยู่ ซูหว่านแค่เสียหลักไปชั่วครู่ ทันใดก็มีดรุณีน้อยแทรกตัวขึ้นมาจากกลุ่มคนด้านหลังด้วยรอยยิ้มสดใส นางอายุประมาณได้สิบสี่สิบห้า แต่งชุดกระโปรงสีแสงฉูดฉาด ดวงตากลมโตสุกใสมีเสน่ห์ แก้มทั้งสองข้างมีลักยิ้มกดลึกตอนที่แย้มยิ้ม นางพุ่งตัวมาเร็วมากเหมือนผีเสื้อที่บินออกมาจากพุ่มดอกไม้ เข้าถึงตัวก็คว้าหมับเข้าที่มือของฉู่สวินหยาง ยิ้มตาหยีพลางเอ่ยว่า
“น้องสวินหยาง!” ระหว่างที่จำนรรจา เครื่องประดับมุกบนผมก็แกว่งไหว เพิ่มความมีชีวิตชีวาขึ้นหลายส่วน
ฉู่สวินหยางตะลึงไป ก่อนจะเผยยิ้มพร่างพราวออกมาจากนัยน์ตา กุมมือของนางกลับ เอ่ยเสียงยินดีว่า “พี่ชิงเอ๋อร์ กลับมาตั้งแต่เมื่อไร?”
ฮั่วชิงเอ๋อร์เป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของแม่ทัพเมืองฉู่นามว่าฮั่วกัง ฮั่วกังถือเป็นขุนนางที่ติดตามสกุลฉู่มานาน หลายปีก่อนตอนเกิดสงครามก็อยู่ใต้บังคับบัญชาของฉู่อี้อัน ฉู่อี้อันให้การดูแลฮูหยินและบุตรสาวของเขา ช่วงนั้นจึงไปมาหาสู่กันอยู่บ่อย ฮูหยินของเขาเกิดในครอบครัวสามัญชน นิสัยเข้ากับคนอื่นได้ง่าย ฮั่วกังก็เป็นตรงไปตรงมา ฮั่วชิงเอ๋อร์ได้รับนิสัยของคนทั้งสองมาเต็มๆ นางเปิดเผยจริงใจ เข้ากันกับฉู่สวินหยางได้เป็นอย่างดี แต่เพราะเมื่อสามปีก่อนตอนที่แม่เฒ่าฮั่วสิ้นลม ตรงกับช่