งจวิน เอ่ยเสียงลอดฟันว่า “ใต้เท้าเหยียนหลิง เจ้าสมควรอธิบายอะไรหน่อยไหม?”
“อธิบายอะไร? พวกเจ้ามองเห็นเท่าไร ข้าก็มองเห็นเท่านั้น” เหยียนหลิงจวินตอบด้วยสีหน้าสบายๆ
“โกหก!” ซูหว่านกัดริมฝีปาก กดแรงจนแทบปริแตก ยกมือชี้นิ้วไปที่ไปเหลยซวี่ที่อยู่ตรงประตู “เมื่อครู่นี้ข้าเห็นอยู่เต็มตาว่าเป็นเจ้าที่โยนคนผู้นั้นเข้ามา”
เสียงกระซิบกระซาบดังระงม สายตาสงสัยลอบประเมินเหยียนหลิงจวิน
เหยียนหลิงจวินเบนสายตาขึ้นสูงด้วยรอยยิ้มน้อยๆ ดังเก่า ไม่แม้แต่จะหันมองนาง ทั้งยังทำหน้าคร้านจะเอ่ยปาก
ซูหว่านเลือดขึ้นหน้า ก้าวขาเข้าไปใกล้อีกหนึ่งก้าว “เจ้ายังกล้าบอกว่าไม่? ข้าเห็นกับตาตัวเอง สาวใช้ของข้ากับบ่าวคุ้มเรือนของจวนอ๋องหนานเหอก็ยังเห็น”
ระหว่างที่นางเอ่ยประโยคนี้ก็ส่งสายตาเฉียบคมมองไปรอบด้าน
“ใช่แล้ว พวกเราก็เห็นเจ้าค่ะ” สาวใช้ข้างกายนางรีบก้าวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว กล่าวว่า “บ่าวเป็นพยานได้ ใต้เท้าเหยียนหลิงเป็นคนโยนคนเข้ามาในเรือนเจ้าค่ะ”
บ่าวคุ้มเรือนของจวนอ๋องหนานเหอที่อยู่ด้านข้างก็เตรียมพร้อมจะเข้าร่วม
“ตรงนี้ถึงขั้นเลือดตกยางออกแล้ว ย่อมไม่ใช่เรื่องเล็กๆ หากจะเอ่ยวาจาเรื่อยเปื่อย ข้าแนะนำให้เจ้าคิดให้ดีก่อนจะพูดนะ!” โดยไม่คาดคิด ฉู่สวินหยางก้าวออกมาพร้อมเอ่ยไปอีกเรื่องอย่างยิ้มๆ สายตาเย้ยหยันจ้องไปที่ซูหว่าน
“ท่านหญิงซู ใต้เท้าเหยียนหลิงกับเจ้าไม่ได้มีความแค้นส่วนตัวกันกระมัง?”
ระหว่างที่พูดนางก็ก