ี่ยนใจอีก แต่เดินไปได้สองก้าวก็หันศีรษะกลับมามอง “ที่ด้านหน้าทางนั้น…”
“ข้าไม่ยุ่ง ให้พวกนั้นไปวุ่นวายกันเองเถอะ!” ฉู่หลิงอวิ้นกล่าวว่า “ยิ่งทำเป็นเรื่องใหญ่เท่าไร ก็ยิ่งดีต่อตัวข้าเท่านั้น”
จื่อซวี่ก็ไม่เข้าใจว่านางคิดจะทำอะไร รู้เพียงว่าเรื่องราวไม่อาจชักช้า จึงรีบไปส่งข่าวให้จื่อเหวย
รอจนนางออกไป ฉู่หลิงอวิ้นก็หลับตาพักผ่อนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเรียกให้สี่เหนียงเข้ามาแต่งตัวให้นางต่อ
จื่อเหวยพาคณะของฉู่สวินหยางออกไปจากเรือนฉู่หลิงอวิ้นทางนั้น
ฉู่เยว่หนิงสะบัดคราบน้ำชาบนกระโปรงด้วยสีหน้าเป็นกังวล กำลังจะสั่งให้สาวใช้ไปหยิบเสื้อผ้าที่รถม้า ฉู่เยว่เหยียนก็รีบกระโจนเข้ามาจากด้านข้าง เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ให้สาวใช้ของเจ้าคอยดูแลเจ้าอยู่ทางนี้เถอะ ข้าจะไปหยิบมาให้เอง”
ฉู่เยว่หนิงรู้สึกระแวงกับท่าทีสนิทสนมอันไร้เหตุผลของนางจึงคิดจะปฏิเสธ แต่ฉู่สวินหยางกลับจับมือนางไว้แล้วพูดว่า “ข้าไปรอที่เรือนนั้นเป็นเพื่อนเจ้าเอง”
ฉู่เยว่หนิงขมวดคิ้ว แต่ก็อดทนไม่คัดค้าน
นัยน์ตาเบื้องลึกของฉู่เยว่เหยียนวาบแสงอำมหิตน่ากลัว…
นางรู้อยู่แล้วว่าฉู่สวินหยางจะต้องไปกับฉู่เยว่หนิง แล้วก็เป็นอย่างที่คิดจริงๆ
จื่อเหวยพ