าพวกนางไปที่เรือนหลังหนึ่งซึ่งอยู่ตรงมุมตะวันตกเฉียงใต้ของสวนดอกไม้ หญิงสาวที่มาด้วยกันมีทั้งสิ้นสี่คน ท่ามกลางคนทั้งหมด ฐานะของฉู่เยว่หนิงถือว่าสูงที่สุด นางจึงผายมือไปที่เรือนพักก่อนจะเอ่ยกับฉู่เยว่หนิงเป็นคนแรกว่า “ท่านหญิงทั้งสองเชิญทางนี้เจ้าค่ะ”
ฉู่เยว่หนิงไม่ได้คิดมาก กำลังจะก้าวขาเดิน ฉู่สวินหยางก็เอ่ยออกมายิ้มๆ “ข้าไม่เข้าไปดีกว่า ตรงมุมสวนดอกไม้ที่เลี้ยวมามีศาลาอยู่ ข้าไปรอเจ้าที่นั่นแล้วกัน”
สายตาของจื่อเหวยวาบแสง แต่ก็หลุบสายตาต่ำเพื่อเก็บซ่อนอารมณ์อย่างว่องไว
ฉู่เยว่หนิงพยักหน้า แล้วให้สาวใช้ประคองเข้าจวนไป
จื่อเหวยจิกเล็บกลางฝ่ามือสุดแรง พยายามตั้งสติแล้วส่งหญิงสาวสูงศักดิ์อีกสามนางแยกย้ายเข้าเรือนไป
ฉู่สวินหยางขยับยิ้มบางๆ หมุนกายพาชิงหลัวติดตามไปด้วย พอก้าวขาออกจากประตู ฝีเท้าของนางก็ชะงักหยุด หางตาเหลือบไปทางชิงหลัว
ชิงหลัวรับรู้ ยกมือชี้นิ้วแสดงทิศทาง ด้านหลังพุ่มไม้ที่ห่างออกไปเล็กน้อยพลันมีร่างเงาโผล่พรวดออกมาราวกับภูตผี นั่นคือผู้ติดตามข้างกายฉู่อี้อัน ลู่หยวน
“ไปเฝ้าที่เรือนหลังนั้นไว้ คอยดูแลน้องสี่ให้ดี” ฉู่สวินหยางออกคำสั่ง ฝีเท้าขยับเดินต่อราวกับว่ามันไม่เคยหยุดนิ่ง