ศาลาอย่างไม่สนใจท่าทางของฉู่สวินหยาง ดึงถุงหอมออกมาจากแขนเสื้อแล้วส่งให้ห่างๆ “นี่ถุงหอมของพี่สี่ เมื่อครู่ข้าลืมคืนให้นาง ข้ายังมีธุระต้องทำ เจ้าเอาไปคืนให้นางแล้วกัน”
ท่าทางเป็นธรรมชาติสมจริง ไร้ซึ่งความรู้สึกผิดสักกระผีก
ฉู่สวินหยางเหล่มองถุงหอมนั้นครั้งหนึ่ง
ชิงหลัวที่อยู่ข้างกายส่งสายตาเย็นชา กำลังจะเปิดปากแต่ฉู่สวินหยางเอ่ยไปก่อนว่า “ชิงหลัว รับไว้”
“เจ้าค่ะ ท่านหญิง!” ชิงหลัวกังวลในใจ แต่ก็รับถุงหอมมาอย่างระมัดระวัง
สายตาของฉู่เยว่เหยียนลอบกวาดมองครั้งหนึ่ง จากนั้นก็ยืดตัวตรงแล้วหมุนกายจากไปอย่างกระฉับกระเฉง
“เป็นถุงที่นางยืมจากท่านหญิงสี่ไปเมื่อหลายวันก่อนเจ้าค่ะ” รอจนนางจากไป ชิงหลัวก็ทำหน้าเคร่งเครียด เอ่ยพลางตรวจสอบถุงหอมใบนั้น
“เดี๋ยว!” ฉู่สวินหยางยกมือห้ามนางไม่ยอมเข้าใกล้ของสิ่งนั้น
เพราะสองนายบ่าวระวังตัวอย่างดี ดังนั้นตั้งแต่ตอนที่ฉู่เยว่เหยียนหยิบถุงหอมออกมาก็กลั้นหายใจเอาไว้ตลอด
หลังจากครุ่นคิดพักหนึ่ง ฉู่สวินหยางก็สะบัดมือ ถุงหอมพลันถูกโยนขึ้นไปอยู่บนคานส่วนยอดใต้หลังคา ทิ้งไว้อย่างนั้นไม่สนใจอีก
“เจ้าไปดูด้านหน้าหน่อย วันนี้ใต้เท้าเหยียนหลิงน่าจะมาร่วมอวยพร เชิญเขามาพบข้าที” ฉ