จ้าคิดว่าท่านลุงจะลงโทษเช่นไร”
เหลยซวี่ตกใจจนหน้าเสีย ยังไม่ต้องพูดถึงท่านพ่อว่าจะมีปฏิกิริยาอย่างไร แค่ท่านปู่รู้ เขาก็คงถูกตีขาหักแล้วถูกขับออกจากสกุลแน่
ตอนนี้เขาเป็นลูกไก่ในมือให้ฉู่เยว่เหยียนบีบต้อน แต่พอคิดถึงท่าทีของฉู่อี้อัน ใจเขาก็หวาดผวาไปหมด
ฉู่เยว่เหยียนกำจุดอ่อนของเขาไว้ จึงไม่กลัวว่าเขาจะเปลี่ยนใจ เพียงเอ่ยว่า “เจ้ารอข้าตรงนี้ประเดี๋ยวเดียว ข้าจะไปหลอกให้นางเข้าไปในเรือน”
เหลยซวี่กัดฟันรับคำด้วยสีหน้าเขียวคล้ำ
ฉู่เยว่เหยียนจัดเสื้อผ้าเล็กน้อยแล้วเดินจากไป…
ยังดีที่นางเตรียมการไว้ล่วงหน้า หลอกเอาของใช้ติดตัวของฉู่เยว่หนิงมาไว้ในมือแต่แรกแล้ว
หัวใจของเหลยซวี่ต่อสู้กันอย่างดุเดือด จะพิจารณากี่รอบก็รู้สึกว่าไม่ควรวิ่งเข้าใส่คมดาบของฉู่อี้อัน ชั่งใจเสร็จก็ชักเท้าเตรียมหนี แต่ยังไม่ทันหมุนกายกลับก็รู้สึกชาหนึบที่ต้นคอ จากนั้นทั้งตัวคนก็หมดสติไป
ทางด้านฉู่เยว่เหยียนก็ทำทีเหมือนว่าตนเดินออกมาจากเรือนพัก ย่างเท้าแผ่วเบาไปทางศาลา
ฉู่สวินหยางได้ยินเสียงฝีเท้าจึงหันมามอง ไม่เอ่ยวาจาทำเพียงมองนางด้วยความจริงจัง
“ที่แท้พวกเจ้าก็อยู่ที่นี่เอง” ฉู่เยว่เหยียนเอ่ยทัก เดินตรงเข้าไปใน