อย”
ขณะที่ตอบก็รู้สึกว่าบรรยากาศระหว่างคนทั้งสองไม่ปกติจึงได้เสริมต่ออีกประโยค “กำลังจะเตรียมตัวกลับพอดี น้องห้าอยากไปนั่งเล่นที่เรือนข้าหรือไม่”
ฉู่เยว่เหยียนเยื้องย่างเข้ามาในศาลา เพียงเหลือบมองฉู่สวินหยางแวบหนึ่งแล้วเข้าไปจับมือฉู่เยว่หนิงด้วยรอยยิ้มว่า “เดิมข้าก็ตั้งใจมาหาพี่สี่นั่นแหละ แต่พอไปที่เรือนหย่าถิงแล้ว พวกนั้นบอกว่าเจ้าออกมาที่นี่ ข้าเลยเดินตามหา”
ฉู่เยว่หนิงอึ้งไป รู้สึกประหลาดใจสุดๆ “หาข้า?”
“ใช่แล้ว!” ฉู่เยว่เหยียนเอ่ย ดึงแขนนางพลางยิ้มตาหยี หมายจะสนทนาด้วย แต่พอคำพูดมาถึงริมฝีปากก็เห็นฉู่สวินหยางที่ยังนั่งอยู่ข้างๆ จึงทำเสียงขึ้นจมูก เอ่ยว่า “ไปเถอะ พวกเราค่อยไปคุยที่เรือนเจ้าดีกว่า”
จากนั้นนางก็ลากฉู่เยว่หนิงออกมาจากศาลาอย่างไม่ยอมให้ใครคัดค้าน
ฉู่เยว่หนิงถูกลากตัวไป หันซ้ายทีขวาทีด้วยสีหน้าลำบากใจ
ฉู่สวินหยางเผยยิ้มบางๆ ให้นางบอกเป็นนัยว่าตนไม่เป็นไร จากนั้นก็มองคนทั้งสองพูดคุยกันเดินจากไป
—————————————–