จปลุกเร้าฉู่เยว่เหยียน พูดจบก็หลุดหัวเราะพลันเปลี่ยนเรื่อง
“แต่องค์รัชทายาทรักใคร่นางมาก เรื่องนี้ใครเขาก็รู้กันทั่ว จากท่าทีของนางกับใต้เท้าเหยียนหลิง เชื่อว่าแปดส่วนคงมีใจชอบพอกันอยู่บ้าง หากว่าตัวนางยินยอม องค์รัชทายาทคงไม่ขัดข้องเป็นแน่ เพราะอย่างไรความรู้ความสามารถของใต้เท้าเหยียนหลิงก็นับว่าอยู่แถวหน้า อายุเท่านี้ก็ควบคุมดูแลสำนักหมอหลวงได้แล้ว อนาคตจะรุ่งเรืองไปอีกไกลเท่าไรก็สุดรู้”
ฉู่เยว่เหยียนได้ฟังแล้วก็ยิ่งเหมือนถูกเผาด้วยไฟริษยา เอ่ยเสียงลอดฟันว่า “ก็แค่คนชั้นต่ำไร้ยางอาย!”
ซูหว่านหัวเราะ ก่อนจะเอ่ยถึงอีกเรื่องหนึ่งขึ้นเบาๆ ว่า “เรื่องที่ข้าคุยกับเจ้าครั้งก่อน เจ้าคิดดีแล้วใช่หรือไม่”
ความคิดของฉู่เยว่เหยียนถูกกระชากกลับมาในทันที นางทำท่าไตร่ตรองพลางหลบตา ก่อนจะตอบกลับด้วยสีหน้าลำบากใจว่า “แม้นางนั่นจะน่ารังเกียจ แต่อย่างไรก็เป็นเลือดเนื้อของท่านพ่อ ข้าคุยเรื่องนี้กับพี่ใหญ่แล้ว แต่ว่าเขา…”
ฉู่ฉีฮุยไม่ยอมยื่นมือเข้ามายุ่ง นางเองก็จนปัญญา
“ท่านจ่างซุนมีจิตใจเมตตา จะระลึกถึงสายใยของพี่น้องก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้” ซูหว่านไม่ได้แปลกใจกับสิ่งนี้ แต่ถอนหายใจอย่างเสียดายไปครั้งหนึ่ง
ฉู่เยว