่เหยียนกลัวว่านางจะไม่พอใจ รีบดึงชายแขนเสื้อของนางไว้ เอ่ยว่า “พี่หญิงซูอย่าได้ใจร้อน กลับไปข้าจะหาโอกาสคุยกับพี่ใหญ่อีก...”
“เจ้าจะร้อนรนไปไย ข้ามิได้โทษเจ้าเสียหน่อย” ซูหว่านยิ้ม ตบหลังมือของนางเป็นการปลอบโยน
ฉู่เยว่เหยียนเห็นว่ารอยยิ้มนางไม่ได้ดูเสแสร้งถึงค่อยสงบใจ แลบลิ้นเลียริมฝีปาก เอ่ยว่า “ข้ากลัวพี่หญิงจะคิดว่าข้าไม่พยายาม นางกล้าทำร้ายท่าน ท่านวางใจเถอะ ข้าจะช่วยท่านเอาคืนนางให้ได้”
ซูหว่านได้ฟังดังนั้นก็ขอบตาพลันแดงระเรื่อ กุมมือของนางอย่างซึ้งใจ “ได้ฟังคำนี้ของเจ้า ไม่เสียแรงแล้วที่ข้าให้เจ้าเป็นคนสนิทรู้ใจ”
ฉู่เยว่เหยียนเบาใจในที่สุด แต่วินาทีต่อมาก็เห็นนางขมวดคิ้วเป็นปม แล้วทอดถอนใจด้วยความกังวลเต็มหน้า กล่าวว่า “แต่ที่ข้าพูดเรื่องพวกนั้นกับเจ้าก็ไม่ใช่เพื่อตัวข้าเพียงคนเดียว ในเมื่อเจ้าเอ่ยปากเรียกข้าว่าพี่ อย่างไรข้าก็ย่อมจะมีใจคำนึงถึงเจ้าด้วย เมื่อครู่เจ้าบอกว่าท่านจ่างซุนไม่ยอมลงมือกับนางเพราะเห็นแก่สายโลหิตเดียวกัน พวกเจ้ามองผู้อื่นเป็นเหมือนคนในครอบครัว แต่ผู้อื่นก็ไม่แน่ว่าจะคิดอย่างเดียวกัน”
หัวใจของฉู่เยว่เหยียนกระตุกวูบ เอ่ยด้วยหน้าซีดเผือดว่า “พี่หญิงหมายถึงพี่รองฉีเ