น้ำชาได้ถูกจัดเตรียมไว้หมดแล้ว ฉู่ฉีฮุยไม่ได้แตะต้อง เพียงยืนมือไขว้หลังอยู่อีกข้าง จ้องมองกระถางดอกจุ๊ยเชียนที่ตั้งอยู่บนชั้นวางด้วยสีหน้าเคร่งเครียดราวกับกำลังใช้ความคิด
ฉู่สวินหยางยิ้มน้อยๆ ก้าวข้ามประตูไป “เหตุใดจู่ๆ พี่ใหญ่มาถึงนี่ได้ น่าจะบอกกล่าวข้าสักคำ”
ฉู่ฉีฮุยรวบรวมสติแล้วหันหน้ากลับมามองหน้าด้วยท่าทางไม่แยแส หัวคิ้วขมวดเป็นปมอย่างเห็นได้ชัด
“ข้ามีเรื่องจะถามเจ้า” ฉู่ฉีฮุยกล่าว แม้จะไม่ได้เปลี่ยนสีหน้าในทันที แต่เห็นได้ว่ากำลังควบคุมอารมณ์อย่างสุดความสามารถ
“อ้อ?” ฉู่สวินหยางเดินเข้าไปหาพร้อมกับรอยยิ้ม ทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ แล้วยกชาขึ้นมาจิบ จากนั้นก็เอ่ยปากอย่างใจเย็นว่า “พี่ใหญ่อยากถามอะไร ลองถามมาเถอะ เผื่อว่าน้องสาวคนนี้จะไขความกระจ่างให้ได้”
ฉู่ฉีฮุยจ้องนาง ดวงหน้าหล่อเหลาเผยความอึมครึมออกมาเลือนราง หลังจากไตร่ตรองแล้วถึงเปิดปากถามว่า “งานแต่งของซูหลินกับฉู่หลิงอวิ้น เป็นเจ้าที่อยู่เบื้องหลังใช่หรือไม่”
ฉู่สวินหยางที่กำลังจิบชาอยู่พลันหยุดชะงัก เงยหน้าขึ้นพลางตอบว่า “พี่ใหญ่พูดถึงเรื่องนี้รึ…”
“เจ้าอย่าเพิ่งรีบปฏิเสธ!” ฉู่ฉีฮุยสะกดกลั้นอารมณ์ ไม่รอให้นางพูดจบก็ตัดบทแทรก ราวกับว่ากลัวตนเอง