“พี่ใหญ่ล่ะ” ฉู่เยว่เหยียนร้องถามเสียงแหลม ท่าทางดุดัน
ฉางหลินรีบร้อนมาห้ามไว้ “ท่านหญิง ท่านชายสั่งเอาไว้ ไม่อนุญาตให้ใครรบกวนขอรับ”
“ข้าจะพบพี่ใหญ่!” ฉู่เยว่เหยียนเอ่ย ผลักเขาออกแล้วบุกเข้าไปด้านใน
นางเป็นน้องสาวแท้ๆ ของฉู่ฉีฮุย ฉางหลินขวางนางตามระเบียบไปเล็กน้อยแล้วจึงไม่พูดมากอีก ถอยไปอยู่ข้างๆ อย่างรู้ความ
ฉู่เยว่เหยียนผลักประตูเข้าไป
ท้องฟ้าเวลานี้เพิ่งจะย้อมสีเข้ม ห้องหนังสือของฉู่ฉีฮุยยังไม่ได้จุดตะเกียง เขานั่งอยู่หลังโต๊ะตัวใหญ่เพียงลำพัง หลับตาลงพักด้วยท่าทางเหนื่อยอ่อน
ครั้นได้ยินเสียงเอะอะจากด้านนอก เขาก็มุ่นคิ้วแล้วมองออกไป เอ่ยอย่างไม่ชอบใจว่า “เจ้ามาได้อย่างไร”
เพราะไม่ได้ขยับเป็นเวลานาน น้ำเสียงของเขาจึงฟังดูห้าวทุ้มและต่ำสาก
ฉู่เยว่เหยียนมองสีหน้าอ่อนล้าเขา ชั่วแวบหนึ่งนางเหม่อลอย ยามเรียบเรียงความคิดได้แล้วจึงเปิดปาก
“เมื่อครู่เข้าเจอฉางเซินที่อุทยาน ข้าจึงได้ยินเรื่องเมื่อตอนกลางวันมาหมดแล้ว” ฉู่เยว่เหยียนเอ่ย พลางงับประตูปิด
ในเรือนค่อนข้างสลัว นางเองก็ไม่ได้มีอารมณ์จะช่วยจุดไฟ เพียงเดินตรงเข้าไปหา สองแขนยันลงบนโต๊ะฉู่ฉีฮุย เอ่ยว่า “นางตัวดีมันกำเริบเสินสาน กับพี่ใหญ่ยังกล้าหั