กหน้า พี่ใหญ่ยังจะทนนางต่อไปอีกหรือ”
ฉู่ฉีฮุยมุ่นคิ้วเล็กน้อย ไม่ได้ตอบกลับ
“พี่ใหญ่!” ฉู่เยว่เหยียนร้องเรียกด้วยเสียงที่ดังยิ่งกว่าเก่า
“แล้วอย่างไร?” ฉู่ฉู่ฮุยเปิดปาก ถอนหายใจอย่างกลัดกลุ้ม “ท่านพ่อรักนาง เจ้าก็ไม่ใช่ว่าไม่รู้…”
“นั่นไม่ใช่ประเด็น” สายตาของฉู่เยว่เหยียนมีเปลวเพลิงลุกโชน น้ำเสียงเด็ดขาดตัดแทรกคำพูดเขา ตบโต๊ะแล้วพูดว่า “ก็เพราะท่านพ่อรักนาง ท่านพี่ไม่กลัวว่าสักวันนางจะปีนขึ้นบนศีรษะท่านหรือ พี่ใหญ่เป็นหวงจ่างซุน ย่อมต้องเป็นราชาแห่งแคว้นในภายภาคหน้า หากมีนางตัวดีคอยขัดขวางเช่นนี้ คนอื่นรู้เข้ามิใช่ว่าต้องกลายเป็นตัวตลกหรอกหรือ”
ฉู่ฉีฮุยหน้าตึงทันที เอ่ยเตือนว่า “เจ้าอย่าได้พูดจาเหลวไหล!”
ต่อให้เขาเป็นหวงจ่างซุน แต่ ‘ราชาแห่งแคว้น’ สี่คำนี้ ไม่อาจหยิบมาพูดได้อย่างเปิดเผย
ฉู่เยว่เหยียนเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองหลุดปากอะไรไป สีหน้าพลันขาวเผือด แต่ทันนึกได้ว่าที่นี่เป็นห้องหนังสือของฉู่ฉีฮุย คนนอกเข้ามาไม่ได้ จึงเอ่ยอย่างสงบว่า “ข้าก็แค่ไม่พอใจ! พี่ใหญ่ ท่านไม่รู้สึกว่านางกำเริบขึ้นทุกวันหรือ วันนี้กล้าข่มขู่ท่านซึ่งๆ หน้า ไม่แน่พรุ่งนี้อาจใช้กำลังกับท่าน ถึงตอนนั้นก็จะยังทนนางหรือไร”
กิริย