าของฉู่สวินหยางทำให้ฉู่ฉีฮุยตาลุกเป็นไฟจริงๆ แต่เขาก็ไม่ได้ต่อความกับคำพูดของฉู่เยว่เหยียน เพียงฟังไปด้วยสีหน้าบึ้งตึง
“อย่าลืมว่า…” เห็นฉู่ฉีฮุยไม่หือไม่อือ ดวงตานางก็สว่างวาบ หัวเราะเสียงหยันออกมาพลางเอ่ยว่า “เบื้องหลังของนางยังมีฉู่ฉีเฟิงอยู่อีกคน!”
นัยน์ตาของฉู่ฉีฮุยพลันลุกโชน
ฉู่เยว่เหยียนเริ่มร้อนรน เดินอ้อมโต๊ะไป ดึงมือของเขาอย่างแรง เอ่ยว่า “พี่ใหญ่ ท่านจะนั่งเฉยๆ ไม่ทำอะไรสักอย่างเลยรึ พวกเขาสองคนวาสนาดี ได้เกิดในวันที่ต้าซ่งแตกพ่าย เสด็จปู่เดิมก็ปฏิบัติกับฉู่ฉีเฟิงต่างออกไปจากคนอื่นๆ แม้ท่านจะเป็นหลานชายคนโต แต่เพราะมีนางแพศยาแซ่ฟางคอยขวาง ฐานะของท่านถึงต่ำกว่าอยู่ขั้นหนึ่ง แต่ก่อนทุกคนก็ทำเป็นอยู่กันอย่างปรองดอง แต่ว่าตอนนี้เล่า? ดูจากท่าทางของฉู่สวินหยางที่มีต่อท่านในวันนี้ ท่านพี่ยังหวังว่าพวกเราสองฝั่งจะอยู่กันอย่างสงบได้อีกหรือ“
พูดถึงกิริยาของฉู่สวินหยางในวันนี้ ดวงหน้าหล่อเหลาของฉู่ฉีฮุยพลันมีพายุโหมผ่าน
ฉู่เยว่เหยียนรับรู้ได้ผ่านสายตา รีบใช้สมอง จากนั้นก็เอ่ยด้วยเสียงเฉียบขาดว่า “พี่ใหญ่ ท่านก็รู้ว่าท่านพ่อรักนาง ต่อให้ท่านนึกถึงไมตรีระหว่างพี่น้อง แต่ก็ยากจะรับประกั