นได้ว่านางจะไม่หันคมดาบมาใส่เรา เพื่อผลักดันฉู่ฉีเฟิงให้ขึ้นครองตำแหน่ง”
ประโยคนี้กระแทกหัวใจของฉู่ฉีฮุยอย่างจัง
ต่อให้ฉู่สวินหยางได้รับความเอ็นดูจากฉู่อี้อันมากมายเพียงใด สุดท้ายนางก็เป็นแค่สตรีที่ไม่ได้ความ คนที่เขาต้องป้องกันจริงๆ…
ความจริงเป็นฉู่ฉีเฟิงมาโดยตลอด!
น้องชายคนนี้ แต่เล็กก็เฉลียวฉลาด ทั้งยังเกิดในจุดเปลี่ยนพลิกที่ประเสริฐที่สุด แม้ฉู่อี้อันจะเมตตาต่อพวกเขาพี่น้องอย่างเท่าเทียม แต่ฮ่องเต้ทางนั้นกลับให้ความสำคัญกับฉู่ฉีเฟิงมากยิ่งกว่า
เมื่อคิดถึงตรงนี้ อารมณ์ของฉู่ฉีฮุยก็ตีกันสับสนวุ่นวาย
เขาดึงมือของฉู่เยว่เหยียนออก คิ้วมุ่นเป็นปมพลางเดินไปอีกฝั่ง ค่อยๆ พิจารณาแล้วเอ่ยว่า “ความหมายของเจ้าคือ…นางจะลงมือกับข้า เพื่อขจัดขวากหนามแทนฉีเฟิงรึ”
“เหอะ!” ฉู่เยว่เหยียนไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ เพียงทำเสียงขึ้นจมูก แล้วเดินไปนั่งบนเก้าอี้
นางเอื้อมมือไปหยิบแท่นหยกทับกระดาษบนโต๊ะมานั่งพินิจ พลางกล่าวว่า “พี่ใหญ่ยังคิดว่านางจะยั้งมือไว้ไมตรีกับท่านรึท่านคิดว่าข้าไม่รู้หรือไร แม้แต่ซูหว่านนางยังกล้าสั่งฆ่าอย่างเปิดเผย ใต้หล้านี้ ยังมีเรื่องอะไรที่นางไม่กล้าทำอีก”
สีหน้าของฉู่ฉีฮุยเปลี่ยนไปทันที สะบั