ทันทีที่ทั่วป๋าหรงเหยาเข้าวัง ทั่วป๋าไหวอันถือเป็นพระเทวัน[1]ของฮ่องเต้ แม้โม่เป่ยจะอยู่ห่างไปไกลโพ้นไม่มีใครเหลียวแล แต่ว่าตามศักดิ์แล้ว…
ฉู่สวินหยางพลันเข้าใจทันใด “หากเป็นเช่นนี้ หรือว่าต้องเลือกจากคนต่างสกุล”
สกุลฉู่ประสบเคราะห์หนักยามที่ฮ่องเต้ขึ้นครองบัลลังก์ครานั้น คนในสกุลก็เหลือน้อย หากเรียงตามศักดิ์แล้ว เพียงผู้เดียวในราชสกุลที่เหมาะสม ก็คือบุตรสาวที่เกิดจากชายาคนใหม่ของจวนรุ่ยชินอ๋องผู้นั้น
แต่ฮ่องเต้เป็นคนขี้ระแวง ไม่แน่ว่าจะยอมให้ฉู่ซิ่นกับโม่เป่ยได้ผูกสัมพันกัน
เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็น่าจะต้องเลือกหาจากคนนอกสกุล
“มีองค์หญิงโม่เป่ยเข้าวังไปคนหนึ่งแล้ว ความจริงงานมงคลนี้จะแต่งหรือไม่ก็ไม่ต่างกัน” ฉู่อี้อันเล่าออกมาเล็กน้อยอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะนั่งลงที่หลังโต๊ะ
ฉู่สวินหยางนิ่งคิดตรึกตรอง พลันหัวเราะออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย “ท่านพ่อ สองเดือนมานี้พวกเราเอาแต่วิตกเรื่องผู้ถูกเลือกให้แต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับโม่เป่ย ดูท่า…พวกเราจะถูกรวมเข้าไปในแผนการด้วย!”
ฮ่องเต้แสดงละครได้ดี ทำทีเป็นโอนอ่อนแก่คณะของทั่วป๋าไหวอัน ยอมให้เขาเลือกชายาด้วยตนเอง แต่ความจริงแล้วทรงรู้ว่าทั่วป๋าไหวอันระวังเรื่อ