งนี้เป็นพิเศษ ถึงเอาแต่ยืดเวลาออกไป
ภายหลังบังเอิญเกิดเรื่องฉู่หลิงอวิ้นขึ้น พระองค์ก็ทำเป็นว่าเบื่อหน่ายเรื่องนี้เต็มทน ออกราชโองการแต่งตั้งชายาเสียให้จบปัญหา
เมื่อเป็นเช่นนี้ ทั่วป๋าไหวอันก็ถูกหลอกไปหนึ่งตลบ คล้ายว่าจะได้ไม่คุ้มเสียด้วยซ้ำไป
สายตาฉู่อี้อันเข้มขึ้น แต่สีหน้ายังสุขุม เขาเพียงเอ่ยว่า “เพียงแค่เส้นผมบังภูเขา แต่พวกเราคิดการณ์ไม่ลึกซึ้ง ไม่ว่าสกุลใดในราชสำนักที่ไปพัวพันกับโม่เป่ย ล้วนไม่อาจทำให้ฮ่องเต้เบาใจได้ มาคิดดูแล้ว จุดจบเช่นนี้ก็หาได้เหนือความคาดหมายนัก”
ฉู่สวินหยางถอนหายใจคราหนึ่ง ขิงยิ่งแก่ก็ยิ่งเผ็ดสินะ
เกี่ยวกับประเด็นนี้ ไม่จำเป็นต้องถกเถียงกันอีก
ฮ่องเต้นับว่าทุ่มเทความคิด แต่ต่อให้พระองค์วางแผนอย่างรอบคอบเพียงใดก็คงคิดไม่ถึงว่าทั่วป๋าหรงเหยาต่างหากที่เป็นหมากตัวสำคัญของทั่วป๋าไหวอัน อย่างไรก็ไม่ถือว่ากลับไปมือเปล่า
ฉู่สวินหยางโยนเรื่องราวที่ไม่เกี่ยวกับตัวเองทิ้งไว้เบื้องหลัง นางรู้สึกลังเลอยู่บ้าง ก่อนจะช้อนสายตาขึ้นมองฉู่อี้อันอย่างช้าๆ “ท่านพ่อ”
ฉู่อี้อันชะงัก ย่นคิ้วตาม “เป็นอะไรไป อยู่ต่อหน้าพ่อยังกระอึกกระอัก เจ้ายังมีเรื่องอะไรที่พูดกับพ่อไม่ได้หรือ”
ดวงหน้าข