”
“พี่ใหญ่ตอบคำถามข้ามาก่อน!” ฉู่สวินหยางตัดบทเขาเสียงแข็ง พลางวางถ้วยน้ำชาลงบนโต๊ะ
จากนั้นนางก็ลุกเดินไปหยุดตรงหน้าฉู่ฉีฮุยอย่างไม่หลบเลี่ยง จ้องเข้าไปในตาของด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ถามซ้ำอีกครั้งว่า “พี่ใหญ่ให้คนตามสืบเรื่องของข้าหรือ”
ฉู่ฉีฮุยคิดมาเสมอ ว่าฉู่สวินหยางเป็นคนโอหังไม่เป็นโล้เป็นพาย นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นนางแสดงท่าทีคุกคาม และถึงกับ…
ทำให้เขารู้สึกใจโหวงเหวงอยู่บ้าง
เพราะมัวแต่ตกตะลึง ปากของเขาจึงเอาแต่พะงาบๆ เมื่อหวนนึกถึงอารามร้อนตัวอันไร้เหตุผลของตนก็รู้สึกหงุดหงิด กระแทกเสียงใส่ว่า “ข้าเป็นคนสั่งให้คนสืบเรื่องของเจ้าเอง นั่นเพราะข้ากลัวเจ้าไม่รู้หนักเบาจนก่อเรื่อง ข้าเคยบอกเจ้าไปแล้วนี่ ว่าอย่าได้เข้ามายุ่งเรื่องของราชสำนักตามอำเภอใจ เจ้า…”
ฉู่ฉีฮุยรู้สึกปวดหัวเพราะเรื่องงานแต่งของจวนอ๋องหนานเหอกับสกุลซู เวลานี้เจอที่ระบายอารมณ์เข้า จึงต่อว่าด้วยวาจาอย่างรุนแรง
ฉู่สวินหยางมองเขาอย่างไร้เสียง เบื้องลึกในดวงตากลายเป็นน้ำแข็งอันหนาบเหน็บอย่างเงียบๆ
คนผู้นี้เป็นบุตรคนโตของท่านพ่อ ต่อให้เขาไม่มีบุญคุณต่อนาง ต่อให้เขามองนางถูกคนทำร้ายครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างนิ่งเฉย นางก็ไม่เคยคิดจะแ