งตำแหน่งนี้ได้อย่างมั่นคงอยู่หรือ”
“เจ้ากำลังใช้น้ำเสียงเช่นไรพูดกับข้า?” ฉู่ฉีฮุยหลุดหัวเราะออกมาอย่างคาดไม่ถึง “สวินหยาง ข้าเป็นพี่ใหญ่ของเจ้า เจ้า…”
“เป็นพี่ใหญ่ของข้า ก็ไม่ควรยืนเป็นทองไม่รู้ร้อนมองดูพี่น้องสกุลซูวางแผนทำร้ายข้าครั้งแล้วครั้งเล่า เป็นพี่ใหญ่ของข้า ก็ไม่ควรจัดคนสอดแนมการเคลื่อนไหวทุกย่างก้าวของข้า เป็นพี่ใหญ่ของข้า วันนี้ท่านก็ไม่ควรมาขู่เข็ญข้าถึงหน้าประตูโดยที่ไม่รู้ว่าอะไรถูกผิด!” ฉู่สวินหยางไม่เปิดโอกาสให้เขาได้พูดสักนิด ประกาศชัดออกมาแล้วก็หมุนกายก้าวพรวดๆ ไปทางประตู “ที่นี่ไม่ต้อนรับ ท่านกลับไปเองเถอะ!”
ฉู่ฉีฮุยปากอ้าตาค้าง เวลานี้แม้จะรู้สึกว่าสถานการณ์ช่างน่าขันแต่กลับหัวเราะไม่ออก
เขายืนนิ่งอยู่กลางห้องรับแขก มองดูถ้วยช้าที่ฉู่สวินหยางกวาดลงมาและแตกละเอียดอยู่แทบเท้า พอคิดถึงท่าทางคุกคามยามเดือดดาลของอีกฝ่าย ทั่วทั้งร่างก็มึนงงอยู่นานกว่าจะได้สติ
ฉู่สวินหยางก้าวข้ามธรณีประตูออกไป เดินไปสองก้าวพลันชะงัก
นางหยุดเท้า แต่ไม่หันหน้ากลับไป
มีเพียงน้ำเสียงหนาวสะท้านลอยมา “ภายในเวลาหนึ่งป้านชา[1] ถอนคนของท่านที่วางไว้รอบตัวข้าออกไปให้หมด ไม่อย่างนั้น…”
จู่ๆ นางก็หัวเราะ เสียง