เจ้าจนเละเทะไปหมด เจ้าก่อเรื่องใหญ่ขนาดนี้แล้วยังจะช่วยปิดบังแบกรับอีก นี่มันช่าง…”
เขาพูดไปก็รู้สึกวาจาสับสนมั่วไปมา
ฉู่สวินหยางพลันมีอารมณ์ สะบัดชายแขนเสื้อพรึบ กวาดถ้วยชาบนโต๊ะร่วงกราวลงแทบเท้าเขา
นางลุกยืนอีกครั้ง ดวงหน้าที่ใช้มองฉู่ฉีฮุยไม่เก็บงำความเย็นเยือก เอ่ยเสียงน่ากลัวว่า “ท่านหวงจ่างซุนช่างน่าเกรงขาม เรื่องที่ส่งคนคอยสอดแนมข้าผู้เป็นน้องสาว ข้ายังไม่ทันคิดบัญชี ตอนนี้แม้แต่ท่านพ่อท่านก็คิดจะลากออกมาไล่เรียงความผิดแล้วใช่หรือไม่”
“อะไรเรียกว่าสอดแนมเจ้า นั่นเป็นการ...” ฉู่ฉีฮุยสะท้านไปทั่วร่าง หลุดปากบอกปัดอย่างไม่รู้ตัว
ฉู่สวินหยางไม่ยอมให้เขาพูดมากจึงเปิดปากแทรก “ท่านทำอะไรลงไปย่อมรู้ตัวเองดี ไม่จำเป็นต้องมาเสแสร้งต่อหน้าข้า ในเมื่อท่านมาหาข้าถึงนี่ ข้าก็จะเห็นแก่ความเป็นพี่น้องระหว่างเรา ขอเตือนท่านอีกคำหนึ่ง ใต้หล้านี้ จะไม่เห็นใครในสายตาก็ได้ แต่ในนั้นจะเป็นท่านพ่อไม่ได้ เรื่องครั้งนี้ข้าเป็นคนทำ หากท่านไม่เห็นด้วยกับวิธีการจัดการของท่านพ่อ ก็ไปพูดคุยต่อหน้าท่านได้ แต่ท่านที่เป็นบุตรชาย กลับมาติเตียนความไม่ดีของบิดาลับหลัง หากเบื้องบนได้ยินเข้า ท่านจ่างซุนยังคิดว่าจะนั่