ก็ถูกตำจนนิ้วเป็นแผล ครั้งนี้ก็หาได้โชคดีต่างกันไม่
“ท่านหญิง บ่าวบอกท่านกี่รอบแล้วเจ้าคะ ฝีมืออย่างท่านอย่าได้แสดงออกมาให้ขายหน้าเลย ต้องการแบบไหนบ่าวช่วยท่านทำก็สิ้นเรื่องแล้ว เหตุใดต้องทรมานตัวเองด้วยเจ้าคะ” ชิงเถิงยกเสื้อผ้าที่ซักสะอาดแล้วเข้ามาพอดี เห็นเช่นนั้นก็โมโห ปรี่เข้าไปแล้วแย่งสะดึงออกมา
ฉู่สวินหยางไม่ทันระวัง หยดเลือดตรงปลายนิ้วจึงร่วงลงบนผ้า ความเขินอายพลันกลายเป็นความโมโห เอื้อมมือไปดึงกลับ แล้วดุว่า “เจ้าก็รู้ว่าข้าพยายามขนาดไหน ยังจะมากวนข้าอีก เลือดหลดลงไปเช่นนี้แล้ว จะยังซักออกหรือไม่!”
ชิงเถิงมองฉู่สวินหยางขมวดคิ้วอย่างเจ็บใจ มุมปากเชิดสูง…
ทักษะการเย็บปักของท่านหญิงจวนตนนั้น ชิงเถิงหาใช่อยากพูดจาทำร้ายจิตใจ แต่เพราะประจบไม่ลงจริงๆ นี่ก็หมกมุ่นมาเป็นเดือนแล้ว ปักออกมาเป็นตัวอะไรสักอย่างที่ขนาดเท่ากับเล็บมือ ยังไม่พูดถึงว่าสุดท้ายแล้วจะปักออกมาเป็นรูปอะไร แต่ด้วยความเร็วระดับนี้…
ยังไม่รู้เลยว่าเมื่อใดจะสำเร็จ
ขณะที่นายบ่าวสองคนต่างคุมเชิงแข็งคอใส่กัน ด้านนอกก็มีสาวใช้มารายงาน บอกว่าท่านจ่างซุนมาเยี่ยมเยือน
ชิงเถิงเปลี่ยนสีหน้าทันควัน ถอยไปยืนอยู่ข้างกายฉู่สวินหยาง
ฉ