หัวใจของจื่อเหวยเต้นรัว นางเข้าใจดี ไม่ว่าเบื้องหลังของฉู่หลิงอวิ้นจะมีใครคอยถือหาง แต่ภายในจวนอ๋องแห่งนี้ ผู้ใดก็ไม่อาจขัดคำสั่งของฉู่ฉีเหยียน ดังนั้นนางจึงไม่ได้ปิดบัง เล่าทุกเรื่องที่ฉู่หลิงอวิ้นทำลงไปในช่วงเวลานั้นอย่างไม่คิดอำพราง
ตั้งแต่เป่าหูฉู่เยว่เหยาให้รับอนุแก่ซื่อจื่อจวนผิงกั๋วกง จนไปถึงเรื่องที่ซูหว่านก่อเรื่องกลางตลาดจนไปชนรถม้าของฉู่สวินหยางเข้า ต่อมาก็บอกใบ้ซูหลินให้ลงมือสังหารฉู่สวินหยาง รวมถึงเรื่องสุดท้ายที่วังหลวงในวันนั้น ที่ฉู่หลิวอวิ้นแอบยุยงหลัวฮองเฮาให้ส่งทั่วป๋าหรงเหยาไปเป็นอนุของฉู่ฉีฮุย
ฉู่ฉีเหยียนฟังอย่างเงียบๆ ระหว่างนั้นจื่อเหวยก็แอบชำเลืองมองเขาอย่างระวัง แต่เขาก็ฟังด้วยสีหน้าราบเรียบ ไร้ความรู้สึกไปจนจบ ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงเรื่องบันดาลโทสะ เพราะหลังจากที่นางเล่าจบไปได้เนิ่นนานแล้ว เขาก็เอาแต่เหม่อลอย ผ่านไปพักใหญ่แล้วก็ยังไร้ปฏิกิริยา
“ซื่อจื่อ…” จื่อเหวยรวบรวมความกล้าลองเรียกเขา “ที่บ่าวรู้ก็เล่าไปหมดแล้ว มิบังอาจปิดบังแม้สักนิดเจ้าค่ะ”
ฉู่ฉีเหยียนส่งเสียง “อืม” ครั้งหนึ่ง แล้วถึงเรียกสติกลับมา โบกมือใส่นาง “เจ้าออกไปเถอะ”
“เจ้าค่ะ!” จื่อเหวยลุกขึ้นยืน ยังระแ