วดระวังจนไม่กล้าหายใจแรง ผลักประตูแล้วเดินจากไป
ฉู่ฉีเหยียนจดจ้องไปทางประตูด้วยสีหน้าครุ่นคิด จนกระทั่งเสียงฝีเท้าหายไปเมื่อถึงลานด้านนอก เขาถึงค่อยดึงสายตากลับมามองหลี่หลิน ผู้ที่กำลังยืนสงบเสงี่ยมอยู่ข้างประตู ถามว่า “เจ้าคิดเห็นอย่างไร”
หลี่หลินชะงักกึก ก่อนจะมีเพียงรอยยิ้มลำบากใจส่งมาให้
ฉู่หลิงอวิ้นทำเรื่องเหล่านี้ หากไม่มีใครรู้ก็ถือว่าดีไป เพราะหากเปลี่ยนเป็นคนอื่นก็คงแค้นนางไม่ต่างกัน ผู้อื่นจะเอาคืนถึงชีวิตก็ยังถือว่าเบาไปด้วยซ้ำ
“แม้องค์รัชทายาทจะเป็นคนเงียบๆ แต่ว่าความคิดลึกซึ้งไม่อาจคาดเดา เส้นสายความสัมพันธ์ที่วังบูรพามีอยู่ในมือไม่ได้ด้อยไปกว่าพวกเรา พวกเขาจะรู้เรื่องราวเหล่านี้ก็ไม่แปลกอะไร” หลี่หลินตอบ เพียงวิเคราะห์ตามจุดยืนของผู้ชมซึ่งเป็นคนนอก “เรื่องอื่นนั้นไม่เท่าไร แต่ครั้งก่อนที่ไปพระราชนิเวศน์ ซื่อจื่อซูลงมือลอบฆ่าท่านหญิงสวินหยางอย่างโจ๋งครึ่ม หากนางคิดจะแก้แค้น ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่สมด้วยเหตุและผลทั้งสิ้น”
“ถูกแล้ว ฐานะของเมืองฉางซุ่นพิเศษต่างแตก ใครเข้าไปข้องเกี่ยว ก็คงเหมือนมีหนามทิ่มแทงหัวใจ” ฉู่ฉีเหยียนพยักหน้าพลางทอดถอนใจ เหมือนว่าเห็นชอบกับวาจาของหลี่หลิน ทว่าสีหน้ากล