ับต่างออกไปคนละเรื่อง
หลี่หลินมึนงงไปหมด สุดท้ายได้ยินเสียงหัวเราะเยาะหยันกับตัวเองของเขาเบาๆ “วิธีที่นางแก้แค้นซูหลิน คือการให้เขาได้แต่งงานกับพี่หญิงตามที่วาดหวังหรือนี่”
แม้ข้อสรุปแรกจะมีที่มาที่ไปครบพร้อม แต่ว่าข้อสรุปหลังกลับชวนให้คนฟังทำหน้าไม่ถูก
“สุดท้ายแล้วท่านหญิงสวินหยางก็แค่สตรีธรรมดาๆ ผู้หนึ่ง” ความคิดของหลี่หลินเรียบง่ายกว่ามาก เอ่ยอย่างคัดค้านว่า “ไม่อาจปฏิเสธได้เลย เรื่องนี้จะกลายเป็นแผลในใจท่านหญิงของเราไปชั่วชีวิต”
ถ้านี่เป็นฝีมือของฉู่สวินหยาง หากนำไปเชื่อมโยงกับอำนาจในราชสำนักก็ออกจะขัดๆ กันอยู่ แต่ถ้าบอกว่าเป็นความแค้นส่วนตัวระหว่างนางกับฉู่หลิงอวิ้น เช่นนั้นจะเข้าใจได้ง่ายขึ้นมาก
ฉู่ฉีเหยียนได้ฟัง ก็กดยิ้มลึกอย่างยากจะเข้าใจ
สายตาของเขาจ้องอยู่ที่โคมไฟแปดเหลี่ยมตรงมุมโต๊ะ ดวงหน้าคล้ายจะดูดซับความหนักอึ้งของแผ่นฟ้ายามราตรีเอาไว้ ก่อนจะส่ายหน้าช้าๆ “หากว่าเป็นเรื่องบังเอิญก็ช่างเถอะ ไม่อย่างนั้น…”
วาจาต่อจากนั้น เขาไม่ยอมเอ่ยต่อ
หลี่หลินรออยู่อย่างนั้นนานทีเดียว สุดท้ายฉู่ฉีเหยียนกลับปิดตาลงด้วยท่าทีอ่อนล้า ยกมือขึ้นโบกเบาๆ
คล้ายกับมีหินหนักกดทับอยู่ในใจของหลี่หลิน