ที่จวนอ๋องหนานเหอ ฉู่หลิงอวิ้นกำลังร้องห่มร้องไห้ สิ่งของในห้องถูกขว้างปาจนแตกละเอียดด้วยความเดือดดาล
นางนอนคว่ำร่ำไห้อยู่บนเตียง คนแซ่เจิ้งก็นั่งอยู่ข้างๆ หัวคิ้วพันกันยุ่ง พลางเอ่ยด้วยความเป็นห่วงว่า “เจ้าเลิกร้องไห้ได้แล้ว หาทางออกเช่นนี้ได้ถือว่าดีที่สุดสำหรับตอนนี้แล้ว ทั่วป๋าไหวอันก็บีบคั้นกันเกินไป หากเจ้าไม่แต่งให้สกุลซู เช่นนั้นจะตามองค์ชายห้ากลับไปอยู่ที่โม่เป่ยหรือไร”
“ข้าบอกว่าไม่แต่งก็คือไม่แต่ง!” ฉู่หลิงอวิ้นตวาดเสียงกร้าว เอื้อมมือไปคว้าหมอนแล้วเขวี้ยงลงบนพื้น
นางตะกายลุกขึ้นนั่ง คว้าแขนของคนแซ่เจิ้งด้วยน้ำตาอาบเป็นสาย เอ่ยด้วยน้ำเสียงเว้าวอนว่า “ท่านแม่ ท่านก็รู้ว่าข้าไม่เคยชอบซูหลิน หากว่าข้าคิดอะไรกับเขาจริงๆ ข้าจะรอจนวันนี้หรือ ตอนนี้ท่านจะให้ข้าแต่งกับเขาหรือเจ้าคะ ข้า…”
นางยิ่งพูดก็ยิ่งเกรี้ยวกราด โยนตัวใส่บ่าของคนแซ่เจิ้งแล้วร้องไห้ต่ออย่างรวดร้าว
“ความจริงซื่อจื่อซูก็ไม่เลว…” คนแซ่เจิ้งขมวดคิ้ว หลุดปากออกไป
“ไม่เลวอะไร?” คิดไม่ถึงว่าฉู่หลิงอวิ้นจะโมโหทันทีที่ได้ฟัง นางพลันเด้งตัวยืนขึ้น จ้องคนแซ่เจิ้งเขม็งด้วยตาที่บวมแดง ดวงหน้าสวยบิดเบี้ยวจนน่ากลัวเพราะควา