ปพักใหญ่ สุดท้ายเป็นฉู่อี้อันที่เปิดปากออกมาก่อน “เรื่องนี้ข้าจะคอยระวัง เจ้าไม่ต้องกังวลมากนักหรอก ไม่ว่าฮ่องเต้จะมีแผนอะไร แต่คงไม่มีทางจุดไฟเผาตัวเองแน่”
“เจ้าค่ะ” ฉู่สวินหยางพยักหน้า รู้ว่าเรื่องบางเรื่องนางไม่อาจจัดการเองได้ ในใจจึงไม่กล้าผ่อนคลายแม้สักเสี้ยว
แน่นอนว่าฮ่องเต้ไม่มีทางจุดไฟเผาตัวเอง แต่นางก็ยังไม่ตัดความเป็นไปได้อีกข้อทิ้งไป ว่าไฟกองนั้นอาจจะแผดเผาผู้อื่นแทน…
หลังจากข้ามผ่านการสังหารนองเลือดครั้งสุดท้ายในชาติก่อน ฉู่สวินหยางก็เลิกเชื่อไปแล้วว่าฮ่องเต้จะคำนึงถึงสายสัมพันธ์ระหว่างบิดาและบุตร ตอนนี้ที่ต่างฝ่ายยังอยู่กันอย่างสงบ นั่นก็เพราะยังไม่ถึงเวลาที่ต้องพลิกหน้า
แต่วาจาเช่นนี้…
นางไม่อาจบอกให้ฉู่อี้อันฟัง เพราะอย่างไรเสียเขากับฮ่องเต้ก็เป็นบุตรบิดากัน!
ฉู่อี้อันเห็นท่าทางหม่นหมองของนาง ก็ลุกขึ้นแล้วเดินอ้อมโต๊ะมาหยุดที่ด้านหลัง ยกมือลูบเรือนผมของนางเบาๆ “เรื่องใดๆ ล้วนมีพ่ออยู่ตรงนี้ หรือว่าซินเป่าไม่เชื่อใจพ่อเสียแล้ว”
ฉู่สวินหยางเงยหน้าขึ้นมองเขา สองพ่อลูกต่างมองตาแล้วส่งยิ้มให้กันอย่างเข้าใจ เวลานั้นพลันโยนเรื่องหนักอึ้งทิ้งไว้เบื้องหลัง
ฉู่สวินหยางนั่งเป็นเพื่อนเข