คงต้องไต่ถามความเห็นนางสักคำ แล้วค่อยให้คำตอบแก่องค์ชาย”
คิดจะใช้แผนถ่วงเวลาสินะ?
ทั่วป๋าไหวอันแสยะยิ้มในใจ แต่บนใบหน้ากลับงบนิ่งดังเดิม หลังจากทำท่าไตร่ตรองแล้วก็ตอบว่า “ข้าได้ยินมาว่าธรรมเนียมการแต่งงานของพวกเจ้าชาวซีเยว่ต้องฟังคำสั่งพ่อแม่วาจาแม่สื่อ ทั้งท่านอ๋องหนานเหอก็ยืนอยู่ตรงนี้ จะตัดสินใจแทนบุตรสาวจวนตัวเองไม่ได้เลยหรือไร”
ความหมายในน้ำคำ คล้ายประชดว่าอีกฝ่ายช่างสะเพร่าเลอะเลือน ทว่าเมื่อคิดอย่างละเอียด มันสื่อถึงว่าฉู่อี้หมินช่างไร้น้ำยา…
แม้แต่งานมงคลของบุตรสาวยังไม่อาจตัดสินใจเองได้!
นี่ใช่การขอพระราชทานสมรสที่ไหนกัน? มันเป็นการท้าทายกันทั้งสิ้น!
ในใจของฉู่ฉีเหยียนเริ่มมีความเย็นเยียบแผ่ซ่าน...
หากทั่วป๋าไหวอันไม่ได้คิดจะขอพระราชทานงานมงคลจริงๆ แล้ววันนี้ที่เขามาทำเรื่องราวใหญ่โตกลางท้องพระโรงด้วยเหตุผลอันใด
ฉู่อี้หมินเดิมก็หาใช่คนมีความอดกลั้น ยิ่งถูกคำพูดของทั่วป๋าไหวอันเอ่ยกระทบครั้งแล้วครั้งเล่า ตอนนี้หน้าเดี๋ยวเขียวเดี๋ยวขาวสลับกันมั่ว สีหน้าดูไม่ได้โดยสิ้นเชิง
ฉู่ฉีเหยียนคิดไม่ถึงว่าเขาจะโจมตีต่อหน้าธารกำนัล สีหน้าเข้มขึ้น เอ่ยว่า “องค์ชายระวังวาจาด้วย!”
เอ่ยจบก็ก้าวขาออกม