นเรือ เจ้าเป็นคนขอข้าเอง ตอนนี้ข้าก็ทำตามที่เจ้าต้องการแล้ว”
อาจเพราะลมหายใจที่เป่ารด ทำให้อากาศร้อนอบอ้าว สมองของฉู่สวินหยางขาวโพลน ก่อนดวงหน้าจะขึ้นสีแดงก่ำในทันใด
นางถอยหลังพรูด สีหน้าโกรธเคือง “ก็แค่วาจาเรื่อยเปื่อยของคนเมา เจ้า…”
“วันนั้น…เจ้าเมาจริงๆ รึ” นัยน์ตาของเหยียนหลิงจวินสว่างวาบ ก้าวเท้าเข้ามาประชิดอย่างกัดไม่ปล่อย แล้วยังโน้มตัวเข้าหา จ้องหน้านางเขม็ง
ความจริงร่างกายของเขาไม่ได้เอนไปหานางมากนัก แต่เพราะฉู่สวินหยางร้อนตัว ถึงรู้สึกว่าระยะห่างในตอนนี้ออกจะคลุมเครือและไม่น่าไว้ใจ นางจึงเอนกายไปข้างหลังอย่างแนบเนียน เพื่อเว้นช่องว่างให้มากขึ้น
“เจ้ารู้?” ฉู่สวินหยางถาม “เจ้ารู้ตั้งแต่เมื่อไร”
นางกัดริมฝีปาก บังคับตนให้สบตาเขาอย่างสงบ พยายามไม่เผยพิรุธออกไป แต่สุดท้ายกลายเป็นความกระอักกระอ่วนอย่างถึงที่สุด
วันนั้นนางเมาจริงๆ แต่ก็ยังมีสติชัดเจนอยู่ตลอดเวลา ระลึกอยู่เสมอว่าคนที่อยู่บนเรือกับนางเป็นใคร แต่เพราะเป็นความในใจที่กดเก็บมาเนิ่นนาน จู่ๆ ก็มีโอกาสให้นางระบายมันออกมา นางถึงได้ทำตามใจตัวเองไปเช่นนั้น เดิมนึกว่าเหยียนหลิงจวินเป็นคนมีความคิดลึกซึ้ง ทั้งยังเก็บความลับเป็น ย่อมรู้ว่า