นั่นเป็นวาจาที่นางเอ่ยออกมาเพราะเมามาย ไม่มีทางถือเป็นจริงเป็นจัง แต่นางกลับลืมไปเสียว่า…
หากเขาอยากพลิกหน้าขึ้นมาจริงๆ คนผู้นี้ก็เคยทิ้งความทรงจำฝังใจต่อนางไว้ในชาติก่อน
แล้วก็เป็นจริงดังนั้น…
การกระทำของเขาในเวลานี้ใกล้เคียงกับคำว่าหน้าหนาไร้ยางอาย
ฉู่สวินหยางเลือดขึ้นหน้า แต่เพราะตนเองทำเรื่อง ‘ไร้ยางอาย’ ไว้ก่อน นางถึงไม่กล้าโวยวาย
เหยียนหลิงจวินรู้สึกว่า แม้ด้านนี้ของนางจะเป็นสิ่งแปลกใหม่ ทว่ากลับเป็นตัวตนที่แท้จริง หาใช่เทพเซียนที่อยู่สูงส่งอยู่เบื้องหน้า แต่เป็นคนธรรมดาที่มีอารมณ์หลากหลาย
“รู้ตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว” เหยียนหลิงจวินตอบไปตามจริง
ฉู่สวินหยางหงุดหงิด ริมฝีปากอ้าแล้วก็หุบอย่างไม่รู้ว่าจะพูดอะไรออกไปดี
ทั้งๆ ที่รู้ว่านางแกล้งเมา เขาก็ยังจะเล่นตามอย่างไม่ทักท้วงเนี่ยนะ
เขาเป็นคนประเภทไหนกัน
เหยียนหลิงจวินเห็นสีหน้าโกรธเคืองของนางแล้ว ก็ไม่อยากแกล้งต่ออีก จึงยักไหล่คล้ายว่าตนเป็นผู้บริสุทธิ์ เอ่ยว่า “แม้ข้าจะไม่รู้ว่าเจ้าคอแข็งแค่ไหน แต่เจ้าลืมไปว่าข้าเป็นหมอกระมัง เทียบยาที่ทำให้สร่างเมาก็พอรู้อยู่หลายขนาน ย่อมต้องรู้ด้วยว่าคนที่เมามายไม่ได้สติ ไม่มีทางจะสร่างเมาได้ทันทีในระยะเวลา