อีกครั้ง แล้วยัดคันร่มใส่มือนาง จัดเรียงนิ้วทุกนิ้วของนางให้กระชับคันจับจนแน่น
ฉู่สวินหยางทำตามเขาด้วยความงุนงง จวบจนได้สติคืนมา เขาก็ส่งยิ้มสบายใจให้แล้วหมุนกายเข้าหาสายฝนที่ร่วงโรย
บนนิ้วของนางยังหลงเหลืออุณหภูมิจากมือของเขา มันทั้งแห้งผากและร้อนไหม้
หัวใจของฉู่สวินหยางไม่เป็นสุข ก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างไม่รู้ตัว “นี่!”
เหยียนหลิงจวินหยุดเท้า หันหน้ากลับไปหานาง
คนทั้งสองถูกขวางด้วยระยะห่างเกือบสองจั้ง มีสายฝนเม็ดใหญ่เป็นม่านกั้น…
เขาหลอมรวมไปกับภาพวาดทิวทัศน์ลายพู่กัน ส่วนนางยืนโดดเด่นอยู่หลังฉากฝนที่โปรยปราย
ฉู่สวินหยางกระชับร่มในมือ แต่ไม่ได้พูดว่าจะส่งคืนให้ เพียงบอกว่า “อีกสักพัก…เจ้าจะต้องกลับไปที่วังนอกเมืองใช่หรือไม่”
เมื่อครู่นางสังเกตเห็นความอ่อนล้าที่ปิดไม่มิดในรอยยิ้มเขา ขี่ม้าเร็วจากพระราชนิเวศน์ไปกลับเมืองหลวงต้องใช้เวลาถึงหนึ่งชั่วยามครึ่ง ทั้งเขายังมาคอยนางอยู่ที่นี่ แสดงว่าเขาคงไปหานางที่วังบูรพาก่อนแล้ว เดินทางย้อนไปย้อนมาเช่นนี้อย่างน้อยก็ต้องทนทรมานไม่ต่ำกว่าสองชั่วยามแน่
ความจริงเหยียนหลิงจวินเพิ่งตัดสินใจเดินทางเข้าเมืองหลวงตอนเมื่อวานเย็น
เกี่ยวกับเรื่องสารลับ