ระหว่างกษัตริย์โม่เป่ยกับฮ่องเต้ ซูอี้ทางนั้นส่งข่าวมาบอกเขานานแล้ว เดิมเขาคิดว่าจะชะลอไว้ก่อน รอให้เขาสืบความได้ชัดเจนแล้วค่อยบอกฉู่สวินหยาง แต่คิดไม่ถึงว่าจนตอนนี้ก็ยังหาช่องโหว่ไม่เจอ เช้าวานนี้ ตอนที่รุ่ยชินอ๋องไปเยี่ยมฉู่อี้เจี่ยนที่พระราชนิเวศน์ก็หลุดข่าวออกมา ว่าอีกไม่กี่วันงานแต่งเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างโม่เป่ยก็จะถูกกำหนดลงมาแล้ว ดังนั้นเขาจึงรอไม่ได้อีก รีบอ้างว่าจะเข้าเมืองหลวงมาหาตัวยา ห้อม้ามาตลอดคืน แต่เพราะตอนที่มาถึงเมืองหลวงก็ดึกดื่นแล้ว ไม่กล้าบุกไปหาคนที่วังบูรพา เช้าวันนี้ยังถูกซูอี้ขวางไว้เพราะเรื่องที่ทั่วป๋าไหวอันตามสืบข่าวหอเชียนจี วิวาทกันจบไปหนึ่งยก ฝืนทนมาถึงตอนนี้ รวมเป็นสองคืนหนึ่งวันแล้วที่เขายังไม่ได้หลับตาลงนอน
เหยียนหลิงจวินไม่ได้เก็บคำของฉู่สวินหยางมาคิดมาก เพียงถามกลับไปว่า “เจ้ามีอะไรจะฝากถึงท่านอ๋องเจี่ยนหรือ”
“ไม่มีหรอก” ฉู่สวินหยางเม้มปาก ลังเลครู่หนึ่ง สุดท้ายก็บอกว่า “เวลาฝนตก เส้นทางนอกเมืองเดินเหินลำบาก ถ้าเจ้าไม่รีบ รอพรุ่งนี้ให้ฝนหยุดแล้วค่อยกลับก็ยังไม่สาย”
เหยียนหลิงจวินอึ้งไป มองผ่านม่านฝนเห็นแววตาเลือนรางของนาง พลันไร้คำพูดไปชั่วขณะ ก่อนท