ี่ดวงหน้าจะเผยยิ้ม แล้วพยักหน้ารับ “ก็ดี”
เสียงรถม้าดังแว่วมาแต่ไกล
“อีกสักระยะหนึ่ง ข้าจะแนะนำให้รุ่ยชินอ๋องรับท่านอ๋องเจี่ยนกลับไปรักษาตัวที่จวนต่อ” เหยียนหลิงจวินเอ่ยขึ้นมา จากนั้นก็เปลี่ยนเรื่อง น้ำเสียงส่อแววแดกดัน “ข้าได้ชื่อเป็นถึงรองหัวหน้าสำนักหมอหลวง คงไม่ดีนักหากรับแต่เงินเดือน ทว่าไร้ผลงาน”
เขาไม่อาจละทิ้งเรื่องการรักษาฉู่อี้เจี่ยนไปกลางคัน แม้พระราชนิเวศน์จะห่างจากเมืองหลวงไปไม่ไกล แต่ถ้าเขาเอาแต่อยู่ที่นั่น หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นที่เมืองหลวงก็ย่อมยากจะควบคุม
“อ้อ!” ฉู่สวินหยางรับคำ แสดงว่าตนรับทราบแล้ว
เหยียนหลิงจวินจึงไม่รั้งกายอยู่ต่อ เขาหมุนตัวกลับ ไม่นานแผ่นหลังทรงพลังก็ถูกม่านฝนกลืนหาย ลบกลบร่องรอยก่อนหน้านี้ทั้งหมด
ฉู่สวินหยางก็หมุนกาย กางร่มแล้วเดินออกไปที่ข้างทาง
พวกชิงหลัวบังคับม้ามาถึง ทันทีที่รถม้าหยุดลง ชิงหลัวก็เตรียมร่มจะออกมารับนาง พอยื่นหน้าออกมาเห็นร่มกระดาษในมือนางก็ชะงักกึก
“กลับกันเถอะ” ฉู่สวินหยางยิ้มแล้วส่งร่มให้นาง ส่วนตนเองปีนขึ้นรถ ปัดหยดน้ำที่ติดชุดกระโปรงออกแล้วทิ้งตัวลงนั่ง
ชิงเถิงรีบเข้าไปดูแล ก่อนจะดึงผ้าเช็ดหน้าออกมาให้นางเช็ด ทางหนึ่งก็เหลือบม